ไร้เงานายกอบจ.ปราจีนฯคดีรุกป่าหมดอายุความแล้ว
"ผบก.ปปป."เผยส่งชุดสะกดรอยติดตามนายก อบจ.ปราจีนฯตั้งแต่ก่อนออกหมายจับ แต่สุดท้ายคลาดกันที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ขอข้อมูลหน่วยงานรัฐในพื้นที่แต่กล้องวงจรปิดเสีย ไม่ยืนยันยังอยู่ในประเทศหรือไม่ เหตุยังไม่ได้ตรวจสอบช่องทางธรรมชาติ ยันหมดอายุความ 13 มิ.ย. เวลา 16.30 น.
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.65 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) เปิดเผยผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ถึงกรณีการเร่งตามหาตัวนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งคดีจะหมดอายุความในวันที่ 13 มิ.ย.65 ว่า จริง ๆ ตั้งแต่วันออกหมายจับ โดยฝ่ายเราและฝ่ายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ประสานงานกันเพื่อดำเนินการ ก่อนหน้านี้ฝ่าย ป.ป.ช. ดำเนินการสะกดรอยตามอยู่ ฝ่ายตำรวจก็รอหมายจับจากศาล แต่เมื่อหมายศาลออกมา กลุ่มของนายสุนทรได้ออกจากโรงแรมมิราเคิล กลับไปยัง จ.ปราจีนบุรี แล้ว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ไทม์ไลน์คดีนี้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 65 นายสุนทรกับพวกเดินทางไปทำธุระที่โรงแรมมิราเคิล ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่มของนายสุนทรได้เดินทางออกจากโรงแรม นายสุนทรและคนสนิทมีการปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อให้การติดตามทำได้ยาก โดยมีฝ่าย ป.ป.ช.สะกดรอยตามไปด้วย ต่อมาเมื่อถึงพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ปรากฏว่าถนนมีการซ่อมสร้างเส้นทาง มีรถบรรทุกวิ่งจำนวนมาก ทำให้คลาดกัน หลังจากนั้นเมื่อเวลา 18.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ได้อนุมัติหมายจับ ฝ่ายตำรวจได้แก่ บก.ปปป. และกองปราบปราม ได้ร่วมกันกับฝ่าย ป.ป.ช. เพื่อเร่งรัดตามหากลุ่มนายสุนทรดังกล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นฝ่ายตำรวจได้ประสานไปยังหน่วยงานรัฐเพื่อขอไล่ดูกล้องวงจรปิด (CCTV) แต่ได้รับแจ้งกลับมาว่ากล้องเสีย ทำให้ต้องมาไล่ดูกล้องของประชาชน เพื่อวิเคราะห์เส้นทางและข้อมูล ตีวงให้แคบลงมา โดยขณะนี้ตำรวจบางส่วนยังคงอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อีกส่วนหนึ่งทำการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจับกุมนายสุนทรตามหมายจับ
ผบก.ปปป. กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้นายสุนทรไปต่างประเทศแล้วหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลการออกนอกประเทศทางการ ยังไม่เจอชื่อนายสุนทร ส่วนเส้นทางธรรมชาติต้องยอมรับว่ายังไม่ได้ตรวจสอบ เพราะมันสามารถออกได้ง่าย ตามเทือกเขา ตามแนวตะเข็บชายแดน
พล.ต.ต.จรูญ เกียรติ กล่าวด้วยว่า ถ้าหากวันนี้ยังตามจับนายสุนทรไม่ได้ ถือว่าตำรวจทำเต็มที่แล้ว พยายามแล้ว เพราะคดีนี้จะหมดอายุความในวันนี้ เวลา 16.30 น. ดังนั้นหากจับกุมได้ต้องนำตัวมาส่งอัยการเพื่อให้ฟ้องต่อศาล ก่อนเวลาปิดทำการคือ 16.30 น.ของวันนี้
ผู้ดำเนินรายการถามว่า ทำไมถึงไม่มีการประสานกับตำรวจในพื้นที่เพื่อติดตามตัว พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตอนถึงพื้นที่เขต อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี บก.ปปป. กองปราบปรามและ ป.ป.ช. ไม่ได้มีการประสานกับตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ท้องที่ลำบากใจ เพราะตำรวจมันก็มีความสัมพันธ์กัน ต้องเข้าใจบทบาทก่อน อย่างเราเป็นหน่วยนอกทำงานสบายใจ ไม่อยากสร้างความหนักใจให้เขา ถ้าเราประสาน ก็เชื่อว่าเขาให้ข้อมูล แต่ตนกลัวความไม่สบายใจ ถ้าไปแล้วอยู่ในพื้นที่ ดูแลการทำงาน มีการของบประมาณกันหลายส่วน ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้หน่วยงานท้องที่ เราดำเนินการในส่วนเราเองดีกว่า
ขณะที่ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกรณีที่อัยการนัดส่งตัวฟ้องนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ในคดีการมีส่วนร่วมบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี ช่วงปี 2545 ที่คดีจะหมดอายุความวันที่ 13 มิถุนายนว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงเหตุเกิดวันที่ 14 ก.พ. 12 ก.ค.2545 โดยมีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เเละมีผู้รับเรื่องไว้ 27 ม.ค.2563 เเละมีมติชี้มูลเมื่อวันที่ 31พ.ค.65
ในส่วนนายสุนทรจะถูกกล่าวหา 3 ข้อหาประกอบด้วย 1.เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำ ซื้อรักษาทรัพยากรโดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นการเสียหายเเก่รัฐ มาตรา 151 2.สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตอบมาตรา 157 ประกอบ 86 เเละ 3.ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานผู้ทีหน้าที่ทำเอกสาร รับรองเอกสาร ซึ่งมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จตามมาตรา 162 ประกอบ 86 สรุปคือว่าเมื่อ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลเเล้วได้ส่งสำนวนมายังสำนักงานอัยการปราบปรามคดีทุจริตฯ ภาค 2 วันที่ 2 มิ.ย. 65 เวลา 15.12 นาที โดยวันที่ 3 -5 มิ.ย. เป็นวันหยุดราชการ
โดยสำนักงานอัยการปราบปรามคดีทุจริตฯ ภาค 2 เปิดทำการวันที่ 6 มิ.ย. ก็ได้ส่งเรื่องมาให้อัยการสูงสุดในฐานะผู้มีอำนาจสั่งได้พิจารณาสั่งคดีวันที่ 7 มิ.ย.65 เเละได้ส่งเรื่องกลับไปยังอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริตฯ 2 เพื่อประสานกับ ป.ป.ช. นำตัวผู้ถูกกล่าวหามาฟ้อง โดยมีการฟ้องวันเเรกไป 4 คน เเละวันต่อมา 1 คน คือนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ในส่วนของนายสุนทรผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 ที่มี 3 ข้อหานั้นในส่วนข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตอบมาตรา 157 ประกอบ86 เเละข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสาร รับรองเอกสาร ซึ่งมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จตามมาตรา162 ประกอบ 86 ทั้ง2 ข้อหานี้ขาดอายุความในชั้นพิจารณาของ ปปช.เเล้ว คงเหลือข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำ ซื้อรักษาทรัพยากรโดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นการเสียหายเเก่รัฐ ตามมาตรา151 ที่จะขาดอายุความวันนี้ ตรงนี้เป็นข้อเท็จจริงที่อัยการปราบปรามทุจริตฯภาค 2 เพิ่งได้รับสำนวนมาวันที่ 2 มิ.ย.ก็ดำเนินการในเวลาราชการใช้เวลาเพียง3 4 วัน
เมื่อถามถึง มาตรา 7 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันเเละปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ซึ่งมีการเเก้ไขใหม่ที่มีสาระสำคัญว่า ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาของศาลระหว่างหลบหนีอายุความต้องสะดุดลง
นายประยุทธ กล่าวว่า ความเห็นตรงนี้ต้องถามไปที่ ป.ป.ช. เพราะในส่วนของอัยการ คือเราได้ตรวจสำนวนเเล้วมีความเห็นโดยเเจ้งให้รีบนำตัวมาฟ้องถ้ายังไม่ได้มาให้ศาลออกหมายจับ ส่วนกระบวนการที่ถามมาเป็นเรื่องของ ป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันเเละปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ซึ่งมีการเเก้ไขใหม่ มาตรา 7 บัญญัติไว้ว่า ในการดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับนี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาของศาล มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 98 มาใช้บังคับ