ผบ.ตร.เปิดนโยบาย Fit -Fair-Fun ลดภาระเพิ่มสวัสดิการตำรวจ พร้อมดูแลประชาชนเชิงรุก

อาชญากรรม17 ต.ค. 2566 • 06:20 น.
ผบ.ตร.เปิดนโยบาย Fit -Fair-Fun ลดภาระเพิ่มสวัสดิการตำรวจ พร้อมดูแลประชาชนเชิงรุก

 

พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ตอฝ่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องในวันตำรวจ 17 ตุลาคม ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า กิจกรรมในวันนี้ได้มีพิธีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเน้นการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชน รวมถึงการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่น และพลเมืองดีที่ช่วยเหลือราชการตำรวจจนประสบความสำเร็จ จากนั้นในช่วงบ่ายวันนี้ จะเดินทางไปเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ จากนั้นมีพิธีสวนสนามที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จังหวัดนครปฐม

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำว่า กิจกรรมในวันตำรวจนี้ เน้นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ไม่มีนโยบายการจัดเลี้ยงที่จะรบกวนงบประมาณของข้าราชการตำรวจ และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีในวันนี้ ยังจะมีของขวัญให้กับตำรวจระดับผู้ใต้บังคับบัญชาหลายเรื่องเป็นแพ็กเกจ  ซึ่งรวมถึงการปรับเปลี่ยนระเบียบทรงผมด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจได้กล่าวถึงนโยบายการบริหารราชการตำรวจในยุคนี้ว่า ขอให้ข้าราชการตำรวจได้อยู่ร่วมกันแบบครอบครัว และตั้งใจที่จะลดกำแพงระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาลง  ให้ผู้บังคับบัญชาดูแลรับฟังปัญหาต่างๆจากลูกน้องโดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยนนโยบาย และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดูแลประชาชนโดยตรง

ส่วนนโยบายหลังจากนี้ จะเน้นนโยบายเรื่องการปรับลดภาระ ดูแลสวัสดิการของข้าราชการตำรวจเพื่อให้ข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านแนวทาง Fit -Fair-Fun  โดย Fit คือ  การดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจตำรวจโดยภายหลังจากการจัดตั้งระบบโรงพยาบาลเสร็จสิ้นแล้วจะมีแพทย์ออกไปคอยให้การดูแล โดยเฉพาะตำรวจที่มีความเครียดสูง, Fair  เบี้ยเลี้ยง เงินสวัสดิการต่างๆ ที่ต้องลงไปถึงรากหญ้าจริงๆ และ Fun คือ ทำงานอย่างมีความสุข เมื่อผู้บังคับบัญชาดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้มีความสุขแล้ว จะมีผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการและดูแลประชาชนโดยตรง 

นอกจากนี้ยังจะเน้นการทำงานเชิงรุก หากตำรวจได้รับแจ้งความเดือดร้อนจากประชาชนให้รีบไปหาโดยเร็ว หากประชาชนไม่ติดต่อมา ตำรวจจะไปหาเองตามแนวทาง stop walk & talk ซึ่งหากดำเนินการได้ทั้ง 3 ข้อนี้ เชื่อว่าประชาชนจะรักตำรวจมากอย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับนโยบายเรื่องการปราบส่วยและการทุจริตนั้นที่จะดำเนินการอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นนโยบายจากจากนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายไว้ อีกทั้งพระราชบัญญัติตำรวจฉบับใหม่ ยังได้กำหนดกรอบการทำงานที่รัดกุม มีคณะกรรมการคุณธรรม จริยธรรมตำรวจที่คอยตรวจสอบการทำงาน อีกทั้งยังมีการตรวจสอบจากภาคสังคมผ่านโซเชียลมีเดียที่คอยจับตาการทำงานของตำรวจ ซึ่งเชื่อว่าตำรวจเองก็ทราบดี ดังนั้นข้าราชการตำรวจจึงต้องปรับตัวเช่นกัน