“บิ๊กอู๊ด”สั่งยกระดับคุมเข้มการหลบหนีเข้าเมืองป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

อาชญากรรม3 ธ.ค. 2563 • 10:03 น.
“บิ๊กอู๊ด”สั่งยกระดับคุมเข้มการหลบหนีเข้าเมืองป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
" พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ยกระดับมาตรการคุมเข้มในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่” คนไทยทุกคนจะต้องช่วยกันสอดส่องป้องกันดูแลสังคมไทย อย่าให้หลุดเข้ามาในไทยได้... เมื่อเวลา10.19 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2563 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม.เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้สั่งการและกำชับให้หน่วยงานในสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของ สตม.อย่างเคร่งครัด รวมถึงให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งช่องทางจุดผ่านแดนถาวร, จุดผ่อนปรนการค้า, จุดผ่อนปรนพิเศษ และช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน, สืบสวนหาข่าวขบวนการนำพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และเน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมและป้องกันความเสี่ยงไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และให้ประเทศไทยปราศจากเชื้อโควิด สำหรับมาตรการในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ของ สตม. มีดังนี้ 1.มีการประชุมร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประสานความร่วมมือในการช่วยกันสกัดกั้น ป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดน 2.มีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของแต่ละหน่วยบูรณาการข่าวเพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน 3.มีการประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเมือพบการกระทำความผิดให้แก่ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่คาดว่าจะเป็นบุคคลที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง หากพบ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าทำการตรวจสอบ 4.จัดชุดปฏิบัติการฝ่ายสืบสวนปราบปรามร่วมบูรณาการกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ออกตรวจลาดตระเวนตามแนวชายแดน และสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง 5.จัดชุดปฏิบัติการฝ่ายสืบสวนปราบปราม ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ออกตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่ชั้นใน เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง 6.ใช้รถยนต์ตรวจการอัจฉริยะ (BMW) ออกเปิดไฟวับวาบและให้เจ้าหน้าที่ออกปรากฏกาย ตามบริเวณจุดสำคัญและจุดเสี่ยง เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำความผิด 7.ติดตามสืบสวน จับกุม หาข่าว จัดทำข้อมูลเครือข่ายกลุ่มผู้กระทำความผิดและให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวก หรือนำพาบุคคลต่างด้าวหรือคนไทยในการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง 8. จัดเจ้าหน้าที่คอยติดตาม หาข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองทางโซชียลมีเดีย และดำเนินการตรวจสอบหากมีข้อมูลที่น่าเชื่อว่าจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในพื้นที่ ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 (งานสืบสวนป้องกันปราบปราม) ในฐานะรองโฆษก สตม.กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วย ตม.ในสังกัดทุกจุดได้ขานรับนโยบาย และได้ดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ของ สตม. อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้กำชับและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ไม่ผ่านการคัดกรองตามขั้นตอนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชั้นในและนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาแพร่ระบาดได้อีก หากประชาชนพบเบาะแส หรือมีข้อมูลการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือพบเห็นการกระทำความผิด กลับเข้ามาประเทศไทยแล้วไม่ผ่านการกักตัว ตามที่กำหนดไว้ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หมายเลข 1178 ได้ตลอดเวลา หรือหน่วยงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งมีครบทั้ง77จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทุกคนจะได้เเจ้งเบาะแสช่วยกันสอดส่องดูแลประเทศไทยปลอดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือสายด่วนกรมควบคุมโรคหมายเลข 1422 ได้ทันที