“วรงค์-บุญเกื้อ” ปูด 2,427 รายชื่อแรกได้เงินกันไม่ครบ โครงการเมยเดย์คณะก้าวหน้า จ่อเอาคืนข้อหาหลอกลวงประชาชน
วันที่ 5 เม.ย.64 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี และ นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยภักดี เดินทางมาตามที่ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.วรงค์ และนายบุญเกื้อ เป็นจำเลยแยกสำนวนกัน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีทั้งสองกล่าวหา น.ส.พรรณิการ์ และคณะก้าวหน้าอมเงินบริจาคในโครงการ “คอนเสิร์ตระดมทุน เมย์เดย์เมย์เดย์ เราช่วยกัน” ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ ไม่ได้เดินทางมา โดยส่งทนายความมาแทน
ภายหลังการพิจารณาคดี นายบุญเกื้อ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้ไปติดประกาศหมายศาลที่ตึกไทยซัมมิท เพื่อขอรายละเอียดในโครงการเมยเดย์ เมย์เดย์ เกี่ยวกับรายชื่อผู้ที่ขอเงินเข้ามา และเมื่อได้รับเอกสารมาแล้ว ตรวจสอบโดยไล่ดูเรียงตามลำดับหลายรายชื่อในระดับต้นๆ น่าจะเป็นผู้ที่ไม่ได้รับเงินในโครงการ และรายชื่อผู้ได้รับเงินก็ไม่ได้อยู่ในลำดับต้นตามที่โครงการบอกไว้ หลังจากนี้จะมีการไปเรียบเรียงรายชื่อ 2,427 คนแรก มาเปิดเผยต่อสาธารณชน มีใครที่ไม่ได้รับเงินช่วยให้ติดต่อมาที่ตน เพื่อหาตัวผู้ถูกหลอกลวง คณะก้าวหน้าโฆษณาแล้วไม่ได้ทำเท่ากับหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ ศาลได้เริ่มนัดสืบพยานในวันที่ 11 ก.พ.65
ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวว่า วันนี้ปรึกษากับทีมทนาย หลักฐานที่ส่งมาเป็นไฟล์มีประชาชนขอรับการช่วยเหลือมา 3 ล้านรายชื่อ แต่เงินที่คณะก้าวหน้าจ่ายไปจริงแค่ 2,427 รายชื่อ เทียบกับ 3 ล้าน ถือว่าแตกต่างกันมาก เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลรายชื่อได้มา 150,000 รายชื่อเบื้องต้น ตรวจสอบจำนวนมากใน 2,427 รายชื่อแรก ไม่มีรายชื่อผู้ได้รับเงิน จึงจะให้นายบุญเกื้อประกาศรายชื่อ 2,427 รายชื่อแรก ใครไม่ได้เงินให้แจ้งนายบุญเกื้อ มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้รับภายใต้หลักการ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์ โจทก์จะเปลี่ยนเป็นจำเลย เพราะนายบุญเกื้อจะไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหลอกลวงประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงความเห็นต่อการชุมนุมของกลุ่มสามัคคีประชาชนเมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนยังจับประเด็นอยู่ว่าไล่ พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในเงื่อนไขอะไรบ้าง ทุกม็อบประชาชนต้องรู้สึกอึดอัดทนไม่ได้ถึงต้องออกมา ไม่ว่าจะพันธมิตรฯ กปปส. มีมูลเหตุความอึดอัดของประชาชนที่ออกมา แต่ขณะนี้มูลเหตุตนที่ติดตามยังไม่ค่อยเพียงพอ ยิ่งดูการขุดคุ้ยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 มาโยงความสัมพันธ์กันไม่ได้ ในแง่ระยะยาวเหตุผลไม่เพียงพอในการออกมาขับไล่รัฐบาล