ปปง. ส่งสำนวนคดีค้ามนุษย์-ทุจริต สอ.ตร.พัทลุง ยื่นศาลขอคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย
วันที่ 20 ต.ค.65 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 10/2565 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 มีมติให้เลขาธิการ ปปง. ส่งสำนวนคดีไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย (การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย) โดยมีคดีสำคัญสรุปดังนี้
1.รายนายสุวันนา กับพวก ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ มีการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1 รายการ ราคาประเมิน 850,000 บาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย จำนวน 6 ราย
2.รายนางสาวเพ็ญศิริ กับพวก ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 6 รายการ ราคาประเมิน 7,720,720.35 บาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย จำนวน 3 ราย
3.รายนางสาวสุภา กับพวก กรณีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐานปลอมเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 43 รายการ ราคาประเมิน 149,088,112.88 บาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย จำนวน 1 ราย
รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการธุรกรรม ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีหลักการใหม่กำหนดให้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการประสานความร่วมมือเพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน ผู้มีสิทธิได้รับ และสถานะของการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเป็นหลักการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลดีในการช่วยยกระดับการจัดอันดับการค้ามนุษย์ (Tier) ของประเทศไทยให้อยู่ในระดับที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. จึงได้มุ่งเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานต่างๆ อันเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย