นายพลป.โร่พบตร.แจงปมถุงเงิน6ล้าน จี้สอบทนายตั้มอู้ฟู่
นายพล ป.-ศักดิ์ พระราม 3 ย่องให้ปากคำกองปราบ แจงปมถุงเงิน 6 ล้าน ด้าน"บิ๊กโจ๊ก"ปัดส่งลูกน้องอำนวยความสะดวก "ทนายตั้ม" ที่สนามบิน ขอเป็นคนดู "ชูวิทย์"พิพาท"ทนายตั้ม" ชี้กระแสสังคมเชื่อ'ชูวิทย์'มากกว่า ขณะที่"ทนายอั๋น" ร้องดีเอสไอสอบสถานะการเงิน "ทนายตั้ม"หลังรวยอู้ฟู่ สวนทางบริษัทฯ ติดลบกว่า 4.7 แสน
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.66 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเงิน 6 ล้านบาท ที่มีคนนำใส่ถุงกระดาษไปมอบให้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ที่โรงแรมเดวิส ถนนสุขุมวิท ตามที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พาดพิงว่าเป็นเงินจาก "สารวัตรซัว ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันที่ยังหลบหนี" ว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นายพล ป และนายศักดิ์ พระราม 3 ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลกรณีที่ทั้งสองถูกพาดพิงว่าเป็นผู้นำเงินไปให้นายชูวิทย์ เบื้องต้นเป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้างของบุคคลที่ออกมาให้ข้อมูลเท่านั้น ส่วน นายพล ป และนายศักดิ์ ที่เข้ามาให้ข้อมูลในวันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์อ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นของสารวัตรซัวนั้น จากคำให้การกับพนักงานสอบสวนของนายชูวิทย์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าไม่ตรงกันกับที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยในคำให้การระบุเงินจำนวนดังกล่าวได้มาจากคนธุรกิจอาบอบนวดมามอบให้ ก่อนที่นายชูวิทย์จะนำเงินดังกล่าวมาทำบุญ อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวยอมรับมีความสนิททั้งกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และทนายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม แต่เมื่อทั้งสองคนไม่ถูกกันตนก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยขอเป็นแค่คนดู พร้อมยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยส่งลูกน้องไปคอยอำนวยความสะดวกให้กับทนายตั้ม ในการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือรับกลับที่สนามบินตามที่ถูกพาดพิงว่าส่งลูกน้องอักษรย่อ "ต" ไปคอยอำนวยความสะดวกเข็นรถใส่สัมภาระให้กับทนายตั้ม และครอบครัวที่สนามบิน
ทั้งนี้ เห็นว่าการที่นายชูวิทย์กับทนายตั้มไม่ถูกกันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้ทนายตั้มแย่หน่อย เพราะกระแสสังคมเชื่อนายชูวิทย์มากกว่า และที่ผ่านมาไม่มีฝ่ายใดประสานให้ตนเข้าไปช่วยเคลียร์ หรือให้ทั้งสองคนยุติการเคลื่อนไหวโจมตีกัน
ส่วนกรณีทนายตั้มถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนันออนไลน์นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเพราะไม่ได้กำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ หากดูแลกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ก็คงเข้าไปตรวจสอบแล้ว แม้จะเป็นเพื่อนกันถ้ากระทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย
ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ คนรุ่นใหม่ ประชาธิปไตยบริสุทธิ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องดีเอสไอขอให้ตรวจสอบสถานะทางการเงินของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โดยมี นางพิชญา ธารากรสันติ โฆษกดีเอสไอ และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่องก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไปตามลำดับ
ทนายอั๋น กล่าวว่า บริษัท ษิทรา ลอว์เฟริม จํากัด ของนายษิทราตลอดระยะเวลานับแต่ปีงบดุล 2561 ปีงบดุล2564 จะเห็นว่ามีกำไร (ขาดทุน) จำนวนติดลบ 470,000 บาทเท่านั้น ดังนั้น ตนจึงมีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่ากำไร(ขาดทุน) จำนวนดังกล่าว ทำไมนายษิทราจึงมีความเป็นอยู่โดยใช้ชีวิตที่น่าจะเกินรายได้จากบริษัทดังกล่าวอาทิ ซื้อคฤหาสน์ ราคา 60 ล้านบาท ช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม หรือสิ่งของหรูหราหลักหลายล้านบาทที่ต่างประเทศ มีรถยนต์หรูหลายคัน สะสมนาฬิกายี่ห้อดังราคาหลายล้านบาท เป็นต้น