อึ้ง! "บช.ก." แถลงยึดทรัพย์ “สมีโชติ-สีกาเอ๋” 215 ล้าน ทองคำ 1,066 บาท พบเงินบริจาค 92 ล้านไม่เข้าวัด
ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ได้จัดแถลงข่าวกรณีจับกุม นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นประธานในการแถลงข่าว
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับหนังสือร้องเรียนตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม โดยเป็นการแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่า อดีตเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยในหนังสือร้องเรียนระบุว่า อดีตเจ้าอาวาสมีข้าราชการ ทหาร และตำรวจให้ความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการตรวจสอบด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานและข้อพิรุธหลายประการ โดยเบื้องต้นพบเส้นทางการเงิน 2 เส้นทางที่นำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน ได้แก่ 1. การออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้ที่ชำระเงินเพื่อจัดซื้อหรือเช่าวัตถุมงคล จำนวน 22 รายการ รวมเป็นเงิน 2.8 ล้านบาท และ 2. การออกใบอนุโมทนาบัตรสำหรับเงินบริจาคเพื่อทำนุบำรุงวัด จำนวน 89 ล้านบาท
เมื่อรวมเงินทั้ง 2 ส่วน คิดเป็นจำนวนประมาณ 92 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของวัดกลับไม่พบเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำเข้าบัญชีวัด จึงเชื่อว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินดังกล่าว และนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย
หลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่ตำรวจระบุว่าเกี่ยวข้องกับการแปลงสภาพทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 215 ล้านบาท โดยพบทรัพย์สินสำคัญซุกซ่อนอยู่ภายในกุฏิ ได้แก่ เงินสดทั้งสกุลเงินบาทและเงินตราต่างประเทศ รวมประมาณ 144 ล้านบาท ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 1,066 บาท พระเครื่องจำนวนมาก และโฉนดที่ดิน 28 รายการ รวมถึงโฉนดที่ดินจำนวน 24 ฉบับ
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พนักงานสอบสวนมีกำหนดนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ในช่วงบ่ายวันนี้
พร้อมกันนี้ ผู้บังคับการปราบปรามฝากถึงประชาชน 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือประชาชนและพุทธศาสนิกชนที่เคยบริจาคเงินให้วัดผ่านบัญชีของเจ้าอาวาส หากพบหรือสงสัยว่าเงินบริจาคของตนอาจถูกนำไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ สามารถเข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือพระภิกษุที่ยังมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว โดยขอให้ยุติพฤติกรรม และไม่กระทำการที่อาจเข้าข่ายทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์จากเงินวัด
สำหรับของกลางสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ มีรายละเอียดดังนี้ พระวชิรญาณ หรืออติโชติ พบเงินฝากในบัญชีธนาคารมากกว่า 290 ล้านบาท และเงินสดจำนวน 138,308,986 บาท รวมถึงทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมมากกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท โดยทรัพย์สินดังกล่าวที่ตรวจพบในกุฏิเจ้าอาวาส มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 205,204,733 บาท
น.ส.ปุณยวีร์ พบเงินสดจำนวน 3,873,614 บาท และทองคำน้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นมูลค่า 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท โดยตรวจพบภายในบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดเอกสารเกี่ยวกับที่ดินและบัญชีจำนวน 10 รายการ ซึ่งพบภายในบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ สมุดบัญชี 7 เล่ม และสัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ
ส่วนเอกสารสำคัญอื่น ๆ จำนวน 18 รายการ ประกอบด้วย กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ ใบประกันทองคำ 6 ใบ ใบซื้อ-ขายทองคำ 7 ใบ และสลากออมสิน 4 ใบ
ทั้งนี้ เมื่อรวมมูลค่าทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 215,229,847 บาท โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบที่มาและความเชื่อมโยงของทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
#สมีโชติ #สีกาเอ๋ #วัดพุทไธศวรรย์ #ยึดทรัพย์215ล้าน #เงินวัด #เงินบริจาค92ล้าน #ทองคำ1066บาท #บชก #กองปราบ #ตำรวจสอบสวนกลาง #ปปง #สำนักงานพระพุทธศาสนา #ยักยอกเงินวัด #ฟอกเงิน #อดีตเจ้าอาวาส #พระวชิรญาณ #อติโชติ #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #ข่าวดัง