จากคลิปลับ สู่หมายจับ ! เปิดเบื้องหลังคดีรวบ"อดีตหลวงพ่ออติโชติ" ยักยอกเงิน เสพเมถุน ค้นบ้าน "สีกาเอ๋" ยึด "โต๊ะกินข้าว"
จากคลิปลับ สู่หมายจับ ! เปิดเบื้องหลังคดีรวบ"อดีตหลวงพ่ออติโชติ" ยักยอกเงิน เสพเมถุน ค้นบ้าน "สีกาเอ๋" ยึด "โต๊ะกินข้าว"
คดีของ พระวชิรญาณ หรือ อดีตหลวงพ่อโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา กลายเป็นประเด็นร้อน หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเบียดบังทรัพย์ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยตำรวจระบุว่า ความเสียหายที่อยู่ระหว่างการสอบสวนมีมูลค่ากว่า 92 ล้านบาท
ล่าสุด พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดที่มาของคดี พร้อมระบุว่า ตำรวจได้รับข้อมูลจากลูกศิษย์รายหนึ่ง ซึ่งนำทั้งข้อมูลพฤติกรรม คลิปหลักฐาน และข้อมูลเกี่ยวกับการเงินมาให้ตำรวจ ก่อนนำไปสืบสวนอย่างลับ ๆ จนมีพยานหลักฐานเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี

เปิดไทม์ไลน์คดี “อดีตหลวงพ่อโชติ”
จุดเริ่มต้น ลูกศิษย์ส่งข้อมูลลับให้กองปราบ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีมาจากลูกศิษย์รายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม โดยประสานข้อมูลมายังกองบังคับการปราบปรามเมื่อช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ข้อมูลที่ได้รับมีทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัว คลิปหลักฐาน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์และข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน
ตำรวจจึงนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการสืบสวนอย่างลับ ๆ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในหลายด้าน
พบข้อสงสัย “เงินวัด” และเส้นทางการเงิน
จากการตรวจสอบ ตำรวจพบข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด ซึ่งตามหลักควรนำเข้าสู่บัญชีของวัดและนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์
แต่คดีนี้ตำรวจพบความผิดปกติในเส้นทางการเงิน โดยมีเงินบางส่วนถูกโอนไปยังบุคคลอื่น และต่อมามีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้น ขณะที่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด
รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินและเส้นทางการเงินทั้งหมด ตำรวจระบุว่ายังอยู่ในสำนวนการสอบสวน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่
เบื้องต้นพบว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกประมาณ 1-2 คน
ปมความสัมพันธ์ “อดีตเจ้าอาวาส-สีกา” นานประมาณ 2 ปี
อีกหนึ่งประเด็นที่ตำรวจได้รับข้อมูล คือความสัมพันธ์ระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับ น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาคนสนิท โดยพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า จากแนวทางการสืบสวน ตำรวจเชื่อว่าทั้งสองเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกันประมาณ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านพระธรรมวินัยเป็นเรื่องที่ตำรวจไม่ได้เข้าไปดำเนินการโดยตรง โดยการสืบสวนของตำรวจมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทางคดี รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นหลัก
8 ก.ย. 2569 ศาลออกหมายจับ
ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ออกหมายจับที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 2569 อดีตเจ้าอาวาสถูกกล่าวหาในหลายข้อหา ได้แก่ การเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ การเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต การเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
ตำรวจระบุว่า พฤติการณ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเกี่ยวข้องกับการนำเงินของวัดไปใช้ และมีการส่งต่อเงินให้บุคคลอื่น ก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางทางการเงิน
10 ก.ย. 2569 “กองปราบ” บุกจับ-ค้น 5 จุด
วันที่ 10 ก.ย. 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจค้นและจับกุมอดีตเจ้าอาวาส พร้อมตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องรวม 5 จุด ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการตรวจค้นเป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่พบและตรวจยึดเงินสด เอกสาร และวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อนำไปตรวจสอบและประกอบสำนวน

ค้นบ้าน “สีกา” พบเงินสด-ทองคำหลายล้าน
ระหว่างการขยายผล เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส
ผลการตรวจค้นพบ เงินสดจำนวนหลายล้านบาท และ ทองคำแท่งน้ำหนักหลายสิบบาท รวมมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงนำหลักฐานดังกล่าวไปตรวจสอบที่มาที่ไปและความเชื่อมโยงกับคดี
ประเด็นเรื่องเงินสดและทองคำยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของตำรวจ จึงต้องรอผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานประกอบสำนวนก่อนจะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่

ยึด “โต๊ะไม้” จากกุฏิ ตรวจสอบเป็นของกลาง
อีกหนึ่งหลักฐานที่ได้รับความสนใจ คือเจ้าหน้าที่กองปราบได้ตรวจยึด โต๊ะไม้สีแดงทรงกลมขนาดใหญ่ จากภายในกุฏิของอดีตเจ้าอาวาส ก่อนนำมาตรวจสอบที่กองบังคับการปราบปราม
ตำรวจระบุว่าโต๊ะดังกล่าวถูกนำมาตรวจสอบในฐานะวัตถุพยาน เนื่องจากได้รับข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
ตำรวจใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 เดือน
ผบช.ก. ระบุว่า คดีนี้ตำรวจใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 เดือน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระชั้นผู้ใหญ่และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีผู้ให้ความเคารพและศรัทธาจำนวนมาก
ดังนั้น ตำรวจจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งคลิป เอกสาร และหลักฐานทางการเงิน เพื่อให้มีความชัดเจนและเพียงพอก่อนขอศาลออกหมายจับ
สำหรับหลักฐานสำคัญที่ตำรวจรวบรวมไว้ในสำนวน ประกอบด้วย คลิป เอกสาร และสลิปทางการเงิน ซึ่งจะถูกนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา
ตำรวจยังไม่ปิดคดีเฉพาะตัวผู้ต้องหาหลัก โดยอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินและตรวจสอบบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม
เบื้องต้นคาดว่าอาจมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกประมาณ 1-2 คน แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินอย่างละเอียดก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
จับตาแถลงข่าวใหญ่ 11 ก.ย. เวลา 11.00 น.
สำหรับการพิจารณาคัดค้านการประกันตัว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นว่าจะมีโอกาสเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ให้ความเคารพจำนวนมาก
ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน และยังคงขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตรียมแถลงรายละเอียดคดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 ก.ย. 2569 เวลา 11.00 น. ซึ่งต้องจับตาว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเส้นทางการเงิน หลักฐานสำคัญ และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด
#อดีตหลวงพ่อโชติ #หลวงพ่อโชติ #พระวชิรญาณ #อติโชติธมฺมวโร #วัดพุทไธศวรรย์ #กองปราบ #กองบังคับการปราบปราม #ตำรวจสอบสวนกลาง #CIB #สีกาเอ๋ #ปุณยวีร์ #คดีอดีตเจ้าอาวาส #เงินวัด #เงินวัด92ล้าน #เส้นทางการเงิน #คลิปลับ #หลักฐานคลิปลับ #คดีฟอกเงิน #สมคบฟอกเงิน #ค้นบ้านสีกา #เงินสดหลายล้าน #ทองคำแท่ง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #ข่าวล่าสุด #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวสังคม #ข่าวพระ #วงการสงฆ์ #เปิดไทม์ไลน์ #จับตาคดี #ขยายผล #พยานหลักฐาน #กองปราบจับกุม #ตำรวจ #ข่าวเด่น #ประเด็นร้อน #ข่าวดัง #ข่าวออนไลน์ #ข่าวโซเชียล #อัปเดตข่าว #ประเทศไทย