สกู๊ป : ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถว CCOC MOBILE-โดรน 128 ลำ ยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)
กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมอบนโยบายยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นขบวนรถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) ปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ Drone Surveillance พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ 1155
รถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) ปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ Drone Surveillance
เปิดประวัติรถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) เพื่อการปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ (Drone Surveillance) ในยุคที่เทคโนโลยีการบินโดรน (UAV) เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในภารกิจความมั่นคง การกู้ภัย และการบริหารจัดการภัยพิบัติ การมีศูนย์บัญชาการที่ภาคสนามเพื่อประมวลผลข้อมูล Real-time คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ รถปฏิบัติการเคลื่อนที่ CCOC MOBILE (Micro Bus) จึงถูกออกแบบมาให้เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการขนาดพกพา (Mobile Command and Control Center) ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงพื้นที่แคบได้ดี และเปี่ยมด้วยศักยภาพทางเทคโนโลยี
1. บทบาทและแนวคิดการออกแบบ CCOC MOBILE (Micro Bus) รถ Micro Bus ถูกเลือกนำมาดัดแปลงให้เป็นรถปฏิบัติการเนื่องจาก ความคล่องตัว (Mobility) สูงกว่ารถบัสขนาดใหญ่ สามารถเข้าถึงพื้นที่ชุมชน พื้นที่แคบ หรือเส้นทางทุรกันดารได้รวดเร็ว โดยภายในถูกจัดสรรพื้นที่ให้เป็นห้องปฏิบัติการไฮเทคขนาดย่อม
ประกอบด้วยสถานีควบคุมโดรนภาคพื้นดิน (GCS - Ground Control Station): หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูง มอนิเตอร์วิดีโอถ่ายทอดสดจากโดรน (Live Video Feed) และพิกัดแผนที่ GIS ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมและ 5G/LTE: รับ-ส่งข้อมูล ภาพ และพิกัดตำแหน่งเชื่อมโยงกับศูนย์บัญชาการใหญ่ส่วนกลางแบบไร้รอยต่อ ระบบพลังงานสำรอง (Uninterruptible Power Supply - UPS): เครื่องปั่นไฟและแบตเตอรี่สำรองความจุสูง เพื่อให้สามารถปฏิบัติการต่อเนื่องในพื้นที่ไร้ไฟฟ้าได้เกิน 12–24 ชั่วโมงพื้นที่จัดเก็บและแท่นชาร์จโดรน (Drone Station): ช่องเก็บโดรนตรวจการณ์, อุปกรณ์สำรอง, และชุดชาร์จแบตเตอรี่แบบเร่งด่วน (Fast Charging)
2. ศักยภาพในภารกิจปฏิบัติการโดรนตรวจการณ์ (Drone Surveillance Operation)
เมื่อออกปฏิบัติการในภาคสนาม รถ CCOC MOBILE จะทำหน้าที่เป็น "สมองกลภาคสนาม" เชื่อมโยงโดรนตรวจการณ์หลากรูปแบบเพื่อทำภารกิจเชิงลึก
เทคโนโลยีโดรน / ฟังก์ชันการทำงานร่วมกับรถ CCOC MOBILEประโยชน์ในภารกิจกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Imaging)ส่งสัญญาณภาพความร้อนมายังหน้าจอในรถแบบ Real-timeค้นหาผู้ประสบภัยในความมืด หรือตรวจจับผู้บุกรุก โดรนเพดานบินนาน (Tethered Drone)เชื่อมสายเคเบิลรับพลังงานจากรถขึ้นไปลอยตัวสูง 50–100 เมตรเป็นเสาสัญญาณชั่วคราว และเฝ้าระวังพื้นที่มุมสูง 24 ชม. ระบบวิเคราะห์ AI ภาพถ่าย (AI Video Analytics)
ประมวลผลภาพในรถเพื่อตรวจจับวัตถุ/ใบหน้า/ป้ายทะเบียนระบุพิกัดเป้าหมายหรือความผิดปกติได้ทันที

3. สถานการณ์การประยุกต์ใช้งานจริง (Use Cases)
งานบรรเทาสาธารณภัยและค้นหาผู้ประสบภัย (Search & Rescue): เมื่อเกิดน้ำท่วมหรือดินถล่ม รถ CCOC MOBILE จะเคลื่อนที่เข้าใกล้จุดเกิดเหตุ ให้โดรนบินสำรวจเส้นทางเพื่อวางแผนส่งความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดภารกิจความมั่นคงและการคุมเข้มพื้นที่ (Border & Event Security): ใช้ตรวจการณ์งานอารักขาบุคคลสำคัญ งานคอนเสิร์ตใหญ่ หรือการลาดตระเวนชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองการระงับเหตุไฟป่าและภัยพิบัติทางธรรมชาติ: บินตรวจจับจุดความร้อน (Hotspots) และส่งพิกัดให้ทีมดับเพลิงเข้าควบคุมไฟก่อนลุกลาม
รถปฏิบัติการเคลื่อนที่ CCOC MOBILE (Micro Bus) คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานเทคโนโลยีระบบไร้คนขับ (UAV) เข้ากับระบบสารสนเทศและการสื่อสารภาคสนาม ช่วยลดช่องว่างเรื่องระยะทาง เวลา และอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจสั่งการได้อย่างแม่นยำบนฐานข้อมูล Real-time ยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ล่าสุดวันที่ 27 ส.ค.69 ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพื่อมอบนโยบายขับเคลื่อนภารกิจตำรวจท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและ เสริมภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวไทย โดยมีพลตำรวจโท ศักย์ศิลา เผือกอ่ำผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และพลตำรวจตรี พงษ์สยาม มีขันทองพลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์พลตำรวจตรี หม่อมหลวง สันธิกร วรวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว.ให้การต้อนรับ
พลตำรวจโท ศักย์ศิลา กล่าวว่าภารกิจสำคัญในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ได้แก่ การตรวจความพร้อมของกำลังพล และปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นขบวนรถยนต์ปฏิบัติการเคลื่อนที่ขนาดเล็ก CCOC MOBILE (Micro Bus) จำนวน 4 คัน และ รถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ Drone Surveillance จำนวน 32 คัน Drone จำนวน 128 ลำ สำหรับ 32 สถานี ภายใต้ โครงการยกระดับควาๆมปลอดภัยพื้นที่ควบคุม First Responder เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง ตรวจการณ์ และสนับสนุนการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
พร้อมส่งมอบชุดอุปกรณ์ชุดปฏิบัติการสายตรวจอัจฉริยะ Smart Patrol จำนวน 1,250 ชุด ซึ่งประกอบด้วย เสื้อปลอกเกาะสะท้อนแสง วิทยุสื่อสาร เข็มขัดยุทธวิธี และปืนไฟฟ้า จำนวน 450 ชุด เครื่องแปลภาษาอัตโนมัติ 900 ชุด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งด้านการสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูล การประสานงาน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที และตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์รับแจ้งเหตุและปฏิบัติการควบคุม สั่งการตำรวจท่องเที่ยว 1155 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 8 ภาษา
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของภารกิจ “ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นในการเดินทาง และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โทรสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155
#ตำรวจท่องเที่ยว #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว #ซีซีโอซีโมบาย #โดรนตรวจการณ์ #ตำรวจท่องเที่ยว1155 #สายด่วน1155 #ท่องเที่ยวไทย #ข่าวท่องเที่ยว #ความปลอดภัย #นักท่องเที่ยว #กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว