"ซินแสภานุวัฒน์"เตือนคนกรุงเทพฯ เตรียมรับมือน้ำท่วม ชี้อาเพศเหตุร้ายอย่าโทษ"หนู"
ซินแส ดร.ภานุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิต ให้สัมภาษณ์ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ถึงสถานการณ์ความรุนแรงและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ตามหลักฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์จีน เผยแพร่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ของ siamrathonline (24 ส.ค.69) มีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
ในช่วงที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติรุนแรง ทั้งแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ซินแสภานุวัฒน์ชี้ว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปัจจัยทางโหราศาสตร์จีนและพฤติกรรมมนุษย์
ปีมะเมียธาตุไฟ ปี 2569 คือปีม้าไฟ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็น "ดับเบิ้ลไฟ" เนื่องจากตัวปีมะเมียมีธาตุดั้งเดิมเป็นไฟ และมีธาตุไฟใหญ่เข้ามาควบคุมปีอีกชั้นหนึ่ง ม้าไฟเจอไฟปะทะกันสองเท่าจึงส่งผลให้เกิดสภาวะม้าทะยาน สงคราม อาวุธ และระเบิดปืนไฟปะทุขึ้นทั่วโลก เช่น วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน, สหรัฐฯ กับโลกอาหรับ, สงครามการค้าและ AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ส่วนเหตุแผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ขุดเจาะลงไปใต้ดินเพื่อดูดน้ำบาดาล น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติขึ้นมาใช้ สิ่งเหล่านี้คือตัวถ่วงน้ำหนักเพื่อรักษาสมดุลของเปลือกโลก เมื่อถูกดึงออกไปจนเว้าแหว่ง สมดุลจึงเปลี่ยนไป ประกอบกับการแอบทดลองระเบิดปรมาณูใต้ดินเนื่องจากมีข้อห้ามทดลองในชั้นบรรยากาศ พลังงานแรงอัดจึงสะสมอยู่ใต้โลก เมื่อถึงจุดเดือดจึงระบายออกมาเป็นแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด
ฮวงจุ้ยยุค 9 พ.ศ. 2567 - 2587 เป็นยุคสรุปจบวัฏจักรฮวงจุ้ยใหญ่ 180 ปี (แบ่งเป็น ยุคฟ้า 1-2-3, ยุคมนุษย์ 4-5-6, ยุคดิน 7-8-9) ซินแสเรียกยุค 8 ที่ผ่านมาว่า "ยุคนรกลงทัณฑ์ติดปีก" ที่กรรมสนองเร็ว แต่ "ยุค 9" นี้คือ "ยุคกรรมสนองกรรม" คือธรรมชาติจะเอาคืนสิ่งที่มนุษย์เคยทำลายไว้อย่างสาสม

ซินแสภานุวัฒน์ได้เน้นย้ำคำเตือนเรื่องภัยน้ำท่วมใหญ่ในปีนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสำหรับคนกรุงเทพมหานคร อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ มรสุมน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ปีนี้รุนแรงและประมาทไม่ได้เด็ดขาด ทุกคนต้องเตรียมพร้อมทั้งตัวและใจ โดยซินแสแนะนำให้เตรียมการป้องกันล่วงหน้า เช่น การยกรถยนต์ขึ้นที่สูงและย้ายสิ่งของหนีน้ำ
ซินแสอธิบายเหตุความรุนแรงในสังคม เช่น คดียิงกันในโรงเรียนนนทบุรี หรืออดีต ส.ส. ยิงนายก อบต. ว่าเกิดจากความโกรธ อาวุธปืนที่หาง่าย และดวงชะตาของบุคคลที่ถึงฆาต ซินแสเคยตรวจดวงชะตาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผับครั้งใหญ่ในอดีต พบว่า ผู้เสียชีวิตถึง 90% เป็นคนที่กำลังดวงตกหรือเข้าเคราะห์พร้อมๆ กัน จึงมารวมตัวกันในที่อับ ส่วนผู้ที่รอดชีวิตมักจะมีดวงเกื้อหนุนดึงดูดให้ออกมานอกร้านชั่วคราว เช่น ออกมาสูบบุหรี่ หรือออกมารับโทรศัพท์ข้างนอกขณะเกิดเหตุพอดี หากรู้ตัวว่าช่วงนี้ดวงชะตากำลังเข้าเคราะห์ ขอให้อยู่เฉยๆ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในที่เสี่ยงภัย หรือที่อโคจร และ ห้ามไปร่วมชุมนุมหรือม็อบบนท้องถนนเด็ดขาด เพราะดวงเข้าเคราะห์อาจทำให้โดนลูกหลงเสียชีวิตหรือติดคุกติดตารางฟรี เมื่อเกิดเรื่องแล้วไม่มีแกนนำคนไหนมาช่วยรับผิดชอบชีวิตเราได้จริงนอกจากตัวเราเอง

ส่วนกรณีที่มีกลุ่มคนหรือนักวิชาการบางกลุ่มพยายามเชื่อมโยงเหตุอาเพศ ไฟไหม้โรงเบียร์ หรือรถไฟชนรถเมล์ต่างๆ ว่าเกิดจากภัยพิบัติดวงของนายกฯ อนุทิน (นายกฯ หนู) ซึ่งซินแสภานุวัฒน์มองว่า "เป็นการโยนบาปที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง"
เหตุรถไฟชนรถเมล์ เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ประมาทเลินเล่อของคนขับหรือเจ้าของสถานที่เอง ไม่ใช่เรื่องที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนไปทำให้เกิดเหตุ นายกฯ คือ "หัวขบวนรถไฟ": มีหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนนโยบายระดับมหภาคของประเทศ เช่น การบริหารจัดการเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการเงินการคลัง แต่การเมืองไทยมักบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องลงไปลุยแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในพื้นที่ด้วยตัวเองทุกเรื่อง ควรปล่อยให้หน่วยงานเฉพาะทางจัดการ
ซินแสยังฝากข้อคิดว่า หากได้ ส.ส. หรือรัฐมนตรีที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นมาบริหารประเทศ ประชาชนไม่ควรพุ่งเป้าไปด่าแต่นายกรัฐมนตรีว่าทำไมถึงแต่งตั้งคนแบบนี้ แต่ต้องย้อนกลับไปตำหนิประชาชนในจังหวัดนั้นๆ ที่เลือกคนประเภทนี้เข้ามาเป็นตัวแทนเอง เพราะการเลือกตั้งในท้องถิ่นยังมีระบบซื้อสิทธิ์ขายเสียง "พรรคไหนให้เงินเท่าไหร่" อยู่ตลอดเวลา เมื่อผู้สมัครจ่ายเงินไปเยอะเขาก็เข้ามาโกงกินถอนทุนคืน ประชาชนจึงต้องเรียนรู้ที่จะเลือกคนดีเข้ามาทำหน้าที่อย่างแท้จริงเหมือนในประเทศเกาหลีใต้ที่เคยลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มระบบทุจริตจนประเทศเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบัน
ชมคลิปฉบับเต็มที่นี่
https://youtu.be/jblWfBScPHM?si=Syn5acfuhIa1qBti
#ซินแสภานวัฒน์ #ดวงเมือง #ฮวงจุ้ย #น้ำท่วม #ภัยพิบัติ