เปิดเส้นทางชีวิต “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ก่อนยื่นฟ้อง “รุทธพล” ปมวิวาทะ #ลูกไอ้ขี้คุก
เปิดเส้นทางชีวิต “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” จากสนามเลือกตั้งสู่บทบาทนักตรวจสอบ ก่อนประกาศยื่นฟ้อง “รุทธพล” รมว.ยุติธรรม ปมวิวาทะ #ไอ้หอกหัก #ลูกไอ้ขี้คุก พร้อมย้อนประเด็นการทำงานและเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา
วันที่ 28 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ประกาศจะฟ้องศาลในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาในไม่กี่วันข้างหน้า ต่อพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หลังจากทั้งสองได้ตอบโต้วิวาทะการสร้าง #ไอ้หอกหัก เเละ #ลูกไอ้ขี้คุก จนหลายฝ่าย เช่น กสม./นักวิชา การด้านการเมืองได้วิจารณ์คำพูดของรมว.ยุติธรรมที่กล่าวพาดพิงพฤติกรรมในอดีตของครอบครัวทนายอั๋นว่าไม่เหมาะสม
เนื่องจากรมว.ยุติธรรม ระบุว่า ไม่เคยขัดเเย้งกับทนายอั๋น เเต่ทนายอั๋นพาดพิงว่า รมว.ยุติธรรม ดองคดีเขากระโดง จ.บุรี รัมย์ เเละในช่วงที่รมว.ยุติธรรมรับราช การตำรวจ จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่าเคยจับกุมพ่อของทนายอั๋นในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนแม่ของทนายอั๋นถูกจับในพื้นที่อื่น จำคุก 25 ปีนั้น
ส่วนทนายอั๋น อ้างล่าสุดว่าเพิ่งทราบว่ารมว.ยุติธรรม คือตำรวจที่จับพ่อของตนในปี 2541 เเละทราบว่าคดีที่ รมว.ยุติธรรมจับกุมพ่อของตนนั้นศาลมีคำสั่งยกฟ้อง เเต่ยอมรับว่าพ่อเเละเเม่ของทนายอั๋นติดคุกข้อหายาเสพติดจริง เเละเเม่ของทนายอั๋นเสียชีวิตในเรือนจำในช่วงต้องโทษคดีข้างต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในข่วงที่ผ่านมาทนายอั๋นเดินสายร้องเรียนเเละตรวจสอบหลายหน่วยงานรัฐ/องค์กรอิสระ /พรรคภูมิใจไทย โดยนอกเหนือจากคำพูดว่า#ไอ้หอกหัก ที่ทนายอั๋นนำมาใข้เเละอ้างว่าคำๆนั้ไม่ได้หมิ่นประมาทเเละเป็นคำที่ใช้กันมานานในสังคมไทยนั้น เเต่พบว่า ทนายอั๋นมักเปรียบเปรยเเละกล่าวหาในช่วงไปร้องเรียนว่ามีการทุจริต เช่น กกต.กินกล้วยคนละ 200 กิโลกรัมให้ยกฟ้อง229คนในคดีฮ้้วสว. เป็นต้น ซึ่งคำพูดของทนายอั๋นดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อสำนักงานกกต. เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการตรวจสอบการฮั้วสว.ปี2567-ปัจจุบัน เเละการตรวจสอบการทำงาน-การทุจริตอื่นๆของพรรคภูมิใจไทย พบว่าทนายอั๋นอ้างว่ายังทำหน้าที่ต่อเเม้ไม่กี่วันก่อนจะท้อใจไปครึ่งวันกับสิ่งที่รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงประวัติพ่อเเม่ของทนายอั๋น เเต่ทนายอั๋นอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากเเฟนคลับ จึงกลับมาทำหน้าที่เพื่อสังคมต่อไป เพราะทนายอั๋นประกาศว่า“ตัวเอง คือบุคคลสาธารณะ ทำงานเพื่อประโยชน์สังคม พร้อมรับการตรวจสอบ เเละยืนยันไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองกับพรรค/กลุ่มใด“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบว่ามีภาพปรากฏในสังคมออนไลน์ว่า ทนายอั๋นใกล้ชิดกับผู้ประสงค์จะทำงานการเมืองระดับชาติ เช่น ตระกูลดังใน จ.อำนาจเจริญ อดีตผู้สมัคร สว. สส.บัญชีรายขื่อ พรรคเสรีรวมไทย รวมทั้งทนายอั๋น ได้โพสต์โชว์ภาพบัตรประจำตัวผู้ติดตามสว.ปี 2569 ลงในสังคมออนไลน์ การยื่นร้องเรียนเเละส่งข้อมูลต่างๆให้พรรคประชาชน เป็นต้น
เเละพบว่าบางครั้งทนายอั๋นจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามกับบางฝ่าย เช่น ทำไมทนายอั๋นไม่ตรวจสอบการรวมตัวของผู้สมัคร สว.ที่ห้องจูปิเตอร์ อิมเเพค เมืองทองธานี ในช่วงก่อนลงคะเเนนเลือก สว.ระดับประเทศ ตามที่พรรคภูมิใจไทยพาดพิงว่าคนใกล้ชิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นคนชำระค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมคราวนั้น นอกจากนี้ ยังพบว่าทนายอั๋นไม่ตรวจสอบกรณีหัวคะเเนนผู้สมัคร สส. เขต2 จ.อำนาจเจริญ พรรคพลังประชารัฐ ปี2566 ถูกตั้งข้อหาซื้อเสียงเเละติดคุก เเต่ต่อมาผู้สมัครสส.รายดังกล่าว กกต.ยกคำร้องนั้น ปรากฏว่าทนายอั๋นอ้างว่าหากจะให้ตรวจสอบกรณีนี้กกต.มอบเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้ได้หรือไม่ หากมอบให้ก็พร้อมไปตรวจสอบ เป็นต้น
สำหรับประวัติทางการเมืองของทนายอั๋นนั้นพบว่า ทนายอั๋น เคยลงสมัคร สส. บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคอนาคตใหม่ ปี 2562 เเต่สอบตก ปี2563 ลงสมัครนายกอบจ.บุรีรัมย์ ผลปรากฏว่าสอบตก จนครั้งล่าสุดปี 2564 ลงสมัครนายก อบต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ แพ้คู่แข่งอีก โดยทนายอั๋นได้284 คะแนน ส่วนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งได้ 2,142 คะแนน หลังจากนั้นทนายอั๋นได้ปรากฏตัวในสังคมออนไลน์เเละสื่อมวลชนจนปรากฏเป็นข่าวเนืองๆ โดยเน้นวิจารณ์ และตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลเเละนโยบายพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดระบุว่าพร้อมเป็นรมว.ยุติธรรม ทำให้ตอนนี้มียอดติดตามเฟสบุ๊กทนายอั๋น มากถึง 5.6 เเสนคน ซึ่งทนายอั๋นยังขอรับบริจาคเงินจากทุกฝ่ายในการตรวจสอบทุจริต(ระบบสมัครสมาชิกรายเดือน เดือนละ99บาท )