นิติวิทย์ฯ รุกขยายผลนวัตกรรมตรวจสารเสพติดในเส้นผม ป้องกันทำผิดในกลุ่มเด็ก-เยาวชน

อาชญากรรม26 ต.ค. 2565 • 10:20 น.
นิติวิทย์ฯ รุกขยายผลนวัตกรรมตรวจสารเสพติดในเส้นผม ป้องกันทำผิดในกลุ่มเด็ก-เยาวชน

นิติวิทย์ฯ ขยายผลนวัตกรรมการตรวจสารเสพติดในเส้นผมเพื่อป้องกันปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

วันที่ 26 ตุลาคม 2565 นายแพทย์ศราวุฒิ สุจริตธรรม โฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ในปัจจุบัน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้มีการบูรณาการงานร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยการนำการตรวจพิสูจน์สารเสพติดในเส้นผม มาใช้ในการติดตามเฝ้าระวังการใช้เสพยาเสพติดซ้ำของเด็กและเยาวชนที่อยู่ระหว่างกระบวนการบำบัด ปรับเปลี่ยนพฤตินิสัย ภายใต้การดูแลของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากกระบวนการตรวจสารเสพติดโดยใช้วิธีตรวจปัสสาวะค่อนข้างมีข้อจำกัด โดยหากผู้เสพเว้นระยะเวลาของการเสพให้ห่างจากการตรวจ วิธีการตรวจทางปัสสาวะจะไม่สามารถตรวจพบสารเสพติดได้ นอกจากนี้ ชนิดของชุดทดสอบปัสสาวะที่มีจำกัด ทำให้ไม่สามารถตรวจพบกรณีที่เด็กและเยาวชนมีการใช้ยาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ได้ ซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชน ที่อยู่ระหว่างการบำบัดฟื้นฟูและได้รับอนุญาตให้กลับเยี่ยมบ้าน มีความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ยาเสพติดได้

พันตำรวจโทหญิง อัมพิกา ลีลาพจนาพร ผู้อำนวยการกองตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ดำเนินการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะได้แก่  งานวิจัยระยะที่ 1 การพัฒนาระบบป้องกันการเสพติดซ้ำของเด็กและเยาวชนโดยการตรวจสารเสพติดในเส้นผม การจัดวางระบบและจัดทำคู่มือปฏิบัติงานในการตรวจสารเสพติดในเส้นผมเด็กและเยาวชนของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ

งานวิจัยระยะที่ 2 การยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยกระดับความร่วมมือด้านการใช้เทคนิคการตรวจสารเสพติดในเส้นผมเพื่อป้องกันการเสพซ้ำของเด็กและเยาวชนระหว่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และกรมคุมประพฤติ โดยได้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกันทั้ง 4 หน่วยงาน


งานวิจัยระยะที่ 3 การขยายผลนวัตกรรมการตรวจสารเสพติดในเส้นผม เพื่อป้องกันปัญหาการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยจัดทำมาตรการสำหรับการป้องปรามการหวนกลับไปใช้ยาเสพติดของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในการดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศาลเยาวชนและครอบครัว นำไปสู่ต้นแบบการพัฒนาระบบการป้องกันการเสพติดซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นเครื่องมือในการกลับตัวเป็นคนดีของเด็กและเยาวชนอันเป็นอนาคตของชาติ

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล ที่ปรึกษาเฉพาะด้านนโยบายและการบริหารงานยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันสถานการณ์ด้านการแพร่ระบาดของยาเสพติดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ถือเป็นปัญหาและภัยร้ายแรงของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาในกลุ่มผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดที่เป็นเด็กและเยาวชนเนื่องจากเป็นวัยที่ถูกชักจูงได้ง่าย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ชุมชน และตนเอง เช่น การสูญเสียโอกาสในการศึกษา สุขภาพร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรม การสูญเสียอิสรภาพเนื่องจากกระทำความผิด ความสัมพันธ์ในครอบครัวถูกทำลาย และส่งผลกระทบในระดับประเทศคือ การสูญเสียด้านงบประมาณในการปราบปรามจับกุมคุมขัง รวมทั้งการบำบัดฟื้นฟู และการสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าอันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต

“โครงการวิจัยในครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายในการทำวิจัยกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติและมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดและขยายผลนวัตกรรมการใช้นิติวิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  และเพื่อประเมินผลสำเร็จจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันของการกลับไปเสพสารเสพติดซ้ำของเด็กและเยาวชน นับเป็นมิติใหม่ในการร่วมมือกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทย ต่อไป” พันตำรวจตรี สุริยาฯ กล่าว

ทั้งนี้ หากประสงค์ขอรับบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ในด้านใด สามารถขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการร่วม One Stop Service สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม โทร 02-142-2646