ทนายตั้มลุยเอาผิดอดีตรองนายกฯแจ้งความเท็จคดีสาวคนสนิทฉ้อโกง

อาชญากรรม13 ม.ค. 2566 • 05:40 น.
ทนายตั้มลุยเอาผิดอดีตรองนายกฯแจ้งความเท็จคดีสาวคนสนิทฉ้อโกง

  อัยการฯ สั่ง พนักงานสอบสวนสอบเพิ่ม คดีอดีตรองนายกฯ ฟ้อง อดีตสาวคนสนิทและครอบครัวฉ้อโกงเงินสินสอด ส่งผลัดฟ้องครั้งสุดท้าย 15 ม.ค.นี้ ด้านทนายตั้มบุกแจ้งจับอดีตรองนายกฯ แจ้งความเท็จ ปมฟ้องฉ้อโกงสาวคนสนิท แฉเพิ่งพาเมียตัวจริงไปหย่า

     จากกรณี "ทนายตั้ม" นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความและเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ออกมาเปิดเผยกรณีรับมอบอำนาจจากสามีชื่อย่อ ก. เป็นโจทก์ฟ้องแพ่งเรียกค่าตอบแทน จากอดีตรองนายกรัฐมนตรี ชื่อย่อ ย. เป็นจำเลยต่อศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ตั้งแต่เดือน ธ.ค.65 กรณีเป็นชู้กับภรรยาของตน โดยอ้างว่ามีหลัก ฐานทั้งข้อความพูดคุยโต้ตอบ ใช้คำว่าจ๊ะผัว-จ๊ะเมีย และภาพถ่ายวาบหวิวระหว่างอยู่ด้วยกันมาเป็นหลักฐาน กระทั่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.มหาดไทย และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.)ให้สัมภาษณ์ยืนยัน  ว่า ไม่ใช่บุคคลที่ถูกทนายตั้ม ระบุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
     
  ต่อมา ในโลกโซเชียล ได้มีการเผยแพร่หนังสือที่ พ.ต.ท.วันชัย พันธพัฒน์ สารวัตรสอบสวน สน.บางยี่ขัน ส่งถึง นาย ย. อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้เสียหายว่า ตามที่ นาย ย.ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบ สวน เพื่อดำเนินคดีกับนางสาว ธ.(สาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 1 นาย จ.(สามีตัวจริงของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 2 นาง ธ.(มารดาของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 3 และนาย พ.(บิดาของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 4(ทั้งหมดขอสงวนชื่อนามสกุล) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 546/2565 โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วนั้น
    
 ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ม.ค.66 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน นำสำนวน และความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นางสาว ธ.(สาวคนสนิท) ผู้ต้องหาที่ 1 นาย จ.(สามีตัวจริงของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 2 นาง ธ.(มารดาของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 3 และ นาย พ.(บิดาของสาวคนสนิท)ผู้ต้องหาที่ 4 (ทั้งหมดขอสงวนชื่อนามสกุล) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 546/2565 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ประกอบ 83 และหากผลการสอบสวน ที่ทางพนักงานอัยการสั่งสอบเพิ่มส่งมาไม่ทัน อัยการพิจารณาสั่งคดีวันที่ 15 ม.ค.นี้ ตามกฎหมายตัวผู้ต้องหาจะพ้นการคุมตัวของศาล เเละคดีจะต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดฟ้อง หากมีคำสั่งฟ้องทางตำรวจจะต้องนำตัวผู้ต้องหามาให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลอีกครั้ง
     
สำหรับความผิดคดีแขวง ซึ่งสามารถยื่นคำร้องผลัดฟ้องได้ 5 ครั้งๆ ละ 6 วัน รวม 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันสุดท้าย วันที่ 15 ม.ค.นี้ โดยพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขันสรุปสำนวนส่งให้อัยการคดีอาญาตลิ่งชัน 2 พิจารณาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานอัยการต้องพิจารณาสั่งคดีภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้ ตามกฎหมาย
     
วันเดียวกัน ที่สน.บางยี่ขัน เวลา 09.00 น. นายษิทราพร้อมนายเอ(นามสมมุติ)อายุ 35 ปี สามีของหญิงสาวที่ตกเป็นข่าวกับอดีตรองนายกฯ ชื่อย่อ ย.เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.น่านนที บูรณะ รอง สว.(สอบสวน)สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีกับอดีตรองนายกฯ ชื่อย่อ ย. ในข้อหาแจ้งความเท็จ กรณีอ้างว่าสูญเงินค่าสินสอดสู่ขอฝ่ายหญิงกว่า 20 ล้านบาท
     
โดย ทนายษิทรา กล่าวว่า วันนี้ตนมาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตรองนายกฯ ในเรื่องแจ้งความเท็จ และให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวน เรื่องการสู่ขอฝ่ายหญิง โดยไม่มีเหตุการณ์ขึ้นจริง และเชื่อว่าเป็นการแต่งเติมข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้าข้อกฎหมาย และเพื่อให้ตนเองเรียกทรัพย์สินคืนจากฝ่ายหญิงได้ 
       
"ยืนยันว่าอดีตรองนายกฯ เคยจดทะเบียนสมรสแล้ว และเพิ่งจดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่อ.สามพราน จ.นครปฐม ก่อนที่ตัวเองจะแถลงข่าวเปิดประเด็นเรื่องนี้เพียงหนึ่งชั่วโมง ส่วนตัวมองว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าเพื่อเปลี่ยนสถานะตัวเอง ให้เอื้อต่อการดำเนินคดีเพื่อเรียกเอาทรัพย์สินคืนจากฝ่ายหญิง