รอง ผบ.ตร.ประชุมประสานความร่วมมือหาแนวทางแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
วันที่ 15 ก.พ.65 ที่ห้องประชุม กสทช. (ซอยพหลโยธิน 8 ) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์
ผู้ช่วยผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม/หน.ชป.ศปอส.ตร. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม /รอง หน.ชป.
5.พ.ต.อ.ดุสิต. วาลีประโคน ผกก.สน.บางยี่เรือ/หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร.ชุดประสานงาน กสทช. โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.,นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม,นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม,นางสาวธีตานันตร์ รัตนแสนยานุภาพ ผู้อำนวยการสำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 1,นายประถมพงศ์ ศรีนวล เศรษฐกรเชี่ยวชาญ รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักสำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 2 ,นางสาวรุ้งตะวัน จินดาวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และผู้แทนฝ่ายผู้ให้บริการ(ผู้ได้รับใบอนุญาต) 1. AWN 2. DTAC
3. TRUE 4. บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ 5. 3BB และผู้แทนแพลตฟอร์มออนไลน์ 1. LINE (กำลังติดต่อ) 2. Facebook (กำลังติดต่อ) 3. Apple (กำลังติดต่อ)
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวการปนะชุมหารือวันนี้ประกิบด้วย 1.การขอความร่วมมือให้ กสทช.และผู้ให้บริการ แจ้งประชาสัมพันธ์/ส่งข้อความเตือนภัย ให้ความรู้แก่ประชาชน ถึงรูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวน 12 รูปแบบ ,2.การขอความร่วมมือผู้ให้บริการ ผู้รับใบอนุญาต ในการแสดงแหล่งที่มาของข้อมูลที่มาจากต่างประเทศ ให้ชัดเจน แตกต่างจากข้อมูลภายในประเทศ เช่น เครื่องหมาย + สัญลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้ประชาชนไม่หลงเชื่อว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ในการติดต่อหรือแสดงในหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย,3.การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล/ทราฟฟิก ที่คนร้ายใช้ในการติดต่อ เพื่อสืบสวนหาต้นต่อในการจับกุม สืบสวน และปิดกั้นทราฟฟิก ดังกล่าวต่อไป ,4.ประเด็นการขอความร่วมมือในการระบุตัวตนเจ้าของบัญชีจากผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์เฟสบุ๊ค ไลน์ ,5.ในส่วนของปัญหาการหลอกลวงประชาชนโดยใช้การปลอมหมายเลขโทรศัพท์ หรือ ชื่อผู้ส่ง sms จากการใช้เทคโนโลยี VoIP (Voice over Internet Protocol) นั้น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องพยายามป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาใช้บริการโดยการปลอมหมายเลขโทรศัพท์ หรือชื่อผู้ส่งข้อความสั้นได้ เช่น ยกเลิกการให้บริการเชื่อมต่อระบบกับผู้ให้บริการรายย่อยทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับส่งรายชื่อตัวแทนผู้ให้บริการรายย่อยในประเทศไทยที่คนร้ายใช้เป็นช่องทางผ่านในการติดต่อสื่อสารและหลอกลวงประชาชน เพื่อให้กับเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดี ข้อหาส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนผู้อื่น ตาม ม.11 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษปรับ 100,000-200,000 บาท