เหยื่อคริปโตบุกจี้ ยธ. ให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษถูก PMiner ตุ๋นลงทุน
วันที่ 30 ส.ค.65 ที่กระทรวงยุติธรรม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาตัวแทนผู้เสียหายกว่า 30 คน จากผู้เสียหายทั่วประเทศหลายพันรายที่ถูกหลอกลงทุนจากเว็บไซต์ P MINER ซึ่งมีนายกิติกร (ขอสงวนนามสกุล) ซีอีโอ เบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 ล้านบาท
ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เผยว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นการเปิดให้มีการลงทุนผ่านการเทรดเหรียญ ซึ่งจริงๆแล้วมีการเริ่มมาก่อนตั้งแต่ปี 62 ก่อนที่จะมีเว็บไซต์เกิดขึ้น ซึ่งในเว็บไซต์นั้น พบว่ามีโปรเจ็คมากมาย หากผู้เสียหายประสงค์ลงทุนในหุ้นโปรเจ็คใด ก็สามารถเลือกลงหุ้นได้ สำหรับลักษณะการปันผล จะมีการปันผลทุกๆ 30-45 วัน ทำให้ผู้เสียหายที่เข้าร่วมตั้งแต่แรกๆจะได้เงินปันผลจริง ส่วนผู้เสียหายที่มาเข้าร่วมลงทุนทีหลังในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จะเริ่มได้รับผลกระทบ เพราะเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้ก่อเหตุได้มีการประกาศผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตนเองว่า จะหยุดการปันผลให้กับผู้ร่วมลงทุน เบื้องต้นพบผู้เสียหายจากทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 1,000 ราย กระจัดกระจายตามจังหวัดต่างๆ บางส่วนได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ตามสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุบ้างแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ ผู้เสียหายรายอื่นๆ จากการหลอกลงทุนดังกล่าว หากยังไม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ สามารถไปร้องทุกข์ได้ที่ท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดที่เกิดเหตุได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมสำนวนจำนวนผู้เสียหาย เพื่อให้เข้าเกณฑ์ของการรับเป็นคดีพิเศษ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (31 ส.ค.65) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะมีการประชุมเรื่องนี้ เพื่อทำงานบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต เผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้มีการนำเงินลงทุนเหล่านี้ไปซื้อรถหรูเพื่อโชว์ว่าธุรกิจมั่งคั่ง ได้รับการปันผลจริง ลักษณะการเชื้อเชิญคล้ายแชร์ Forex-3D มีการโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วมลงทุน เพื่อที่จะได้ค่าตอบแทน อย่างผู้เสียหายรายหนึ่งในนี้ เสียเงินไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท บางคนเพิ่งเริ่มลงทุนก็เงินหายไปหมดแล้ว ซึ่งคดีฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 5 ปี หลายสิบคนก็ 5หมื่นปี ต่างกรรมต่างวาระก็ให้คูณตัวเลขเข้าไป ตนขอเตือนว่า ใครคิดจะทำแบบนี้ ตายสิบชาติก็ยังไม่ได้ออกจากคุก อย่าทำแบบนี้กับประชาชน ทั้งนี้ ตนฝากสื่อมวลชนไปสอบถามนักมวยผิวเข้มที่เป็นทหารรายหนึ่งด้วย เพราะตัวผู้ก่อเหตุเคยอ้างว่า มีการเอาเงินจากการลงทุนไปร่วมทอดกฐิน ดังนั้นวานสื่อฝากถามว่าได้รับเงินตรงนี้หรือไม่ เพราะเขาอาจจะได้รับความเสียหายจากการถูกอ้างในครั้งนี้
ด้านภัคจิรา (ขอสงวนนามสกุล) หนึ่งในผู้เสียหายที่สูญเงินกว่า 10 ล้านบาท เปิดเผยว่า ตนรู้จักนานกิติกร จากเฟซบุ๊ก เขาชอบโพสต์การปันผล ลงความร่ำรวยและเครือข่ายความน่าเชื่อถือกับผู้ใหญ่ สุดท้ายเชื่อ จึงตัดสินใจร่วมลงทุน และพอลงเสร็จกี่หุ้นก็ตาม เขาจะมีเอกสารลายลักษณ์อักษรแจ้งมา และที่ผ่านมาตนได้รับการปันผลมาตลอด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 64 จนวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่เขาประกาศในเฟซบุ๊ก ตนตกใจและพยายามติดต่อแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ไปที่บ้านก็ไม่พบคน พบแต่ทรัพย์สิน รถหรูที่จอดไว้ พวกรถปอร์เช่ และก็ไม่ได้รับการปันผลอีกเลย
นายเอกภพ เผยว่า มีผู้เสียหายหลายพันคน ความเสียหายหลายพันล้านบาท หลังจากนี้คงต้องรวบรวมผู้เสียหายก่อน โดยวันนี้ตั้งใจพาผู้เสียหายมาเพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ และให้ ปปง.อายัดเงินผู้ก่อเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะมีการยักย้ายถ่ายโอนเงินไปยังที่อื่นๆ รวมทั้งอยากขอให้กระทรวงยุติธรรมทำเรื่องกฎหมายให้มีการเพิ่มโทษคดีฉ้อโกง เพื่อให้คนที่จะก่อเหตุในลักษณะนี้ เกิดความหวาดกลัวที่จะทำ เพราะผู้กระทำผิดทุกวันนี้ไม่มีการเกรงกลัวต่อกฎหมาย
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า กำลังชุดสืบสวน บช.สอท.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ปปง.เข้าตรวจยึดทรัพย์สินของนายกิติกร ซึ่งตั้งอยู่ที่อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยเบื้องต้นตรวจยึดรถยนต์หรู 5 คัน ประกอบไปด้วย ยี่ห้อปอร์เช่ เเลมโบกินี บีเอ็มดับบลิว เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ นาฬิกาหรู บ้าน ที่ดิน เเละอายัดบัญชีกว่า 10 บัญชี รวมเป็นเงิน 101 ล้านบาท ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่พบนายกิติกร และผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในบ้านดังกล่าว จากแนวทางสืบสวนยังไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสามมีการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี