"บิ๊กโจ๊ก"เร่งตามคนร้ายเมียนมาร์จับพ่อผู้ช่วยส.ส.ระนอง เรียกค่าไถ่ก่อนฆ่าทิ้งอำพรางคดี 

อาชญากรรม12 ก.ค. 2565 • 07:16 น.
"บิ๊กโจ๊ก"เร่งตามคนร้ายเมียนมาร์จับพ่อผู้ช่วยส.ส.ระนอง  เรียกค่าไถ่ก่อนฆ่าทิ้งอำพรางคดี 

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ก.ค.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากจั่น ภ.จว.ระนอง ได้รับแจ้งเหตุพบร่างของนายทนุ ใจดี อายุ 78 ปี อยู่ในบ่อข้างบ้านพักในสวนยาง ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งเป็นบิดาของนายธวัช ใจดี ผู้ช่วย ส.ส.จังหวัดระนอง ซึ่งก่อนหน้าจะพบศพดังกล่าว ญาติของผู้เสียชีวิตได้รับข้อความจากหมายเลขโทรศัพท์ของชาวเมียนมาร์ว่าได้จับตัวนายทนุฯ ไว้ แล้วเรียกเงินค่าไถ่เป็นจำนวนเงิน 8 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาจนเหลือยอดเงิน 1 ล้านบาท และขอความช่วยเหลือในการค้นหาไปยังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ก่อนพบเสียชีวิตดังกล่าว ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น 

ซึ่งเรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เร่งรัดการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดโดยเร่งด่วน เนื่องจากถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ ภ.8 และ ภ.จว.ระนอง ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในครั้งนี้  

ความคืบหน้า 12 ก.ค.65 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ประชุมเร่งรัดติดตามความคืบหน้าการสืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีดังกล่าว ที่ห้องประชุม สภ.ปากจั่น ภ.จว.ระนอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจาก ภ.8 ภ.จว.ระนอง และ สภ.ปากจั่น 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวชาวเมียนมาร์ ผู้ที่ถือหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการเรียกค่าไถ่มาเพื่อซักถามปากคำเบื้องต้น ซึ่งยังคงให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้คุมตัวชาวเมียนมาร์จำนวน 15 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างภายในสวนของนายทนุฯ ผู้เสียชีวิต นำมาเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานต่างๆ รวมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด โดยพบว่า ในกลุ่มชาวเมียนมาร์ดังกล่าวยังมีบางรายให้การวกวน และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวกลับมาให้ได้โดยเร็ว ในส่วนของการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะ และระบุเวลาการเสียชีวิตของผู้ตายไว้ก่อนที่จะมีการเรียกค่าไถ่ ดังนั้นจึงคาดว่า การเรียกค่าไถ่นั้นอาจเป็นแค่การอำพรางคดี และคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวมีจำนวนมากกว่าหนึ่งคน ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าทีตำรวจ 


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน วันนี้จึงได้มีการประชุมเร่งรัดการสืบสวนติดตามคดีดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ในการติดตามตัวชาวเมียนมาร์ที่หลบหนีอยู่อีกสองคน คาดว่าจะนำตัวมาได้ภายใน 2-3  วันนี้ ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความละเอียดรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากกลุ่มคนร้ายได้มีการวางแผนในการอำพรางคดีให้ดูเหมือนเป็นการเรียกค่าไถ่ ซึ่งจากผลการชันสูตรพลิกศพสามารถบอกได้ว่า ผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมตั้งแต่ก่อนที่จะมีการส่งข้อความเรียกค่าไถ่แล้ว ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ให้ได้ โดยได้สั่งการให้มีการส่งทีมออกติดตามค้นหาผู้ต้องสงสัยตามจุดที่อาจเป็นแหล่งกบดานในพื้นที่เป้าหมายแล้ว