"บิ๊กโจ๊ก"สั่งนครบาล-ภ.2 เร่งสอบความเชื่อมโยงนักธุรกิจจีนเปิดสถานบันเทิงให้ นทท.มั่วสุ่มเสพยา
วันที่ 27 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีตำรวจนครบาลเข้าตรวจค้นจับกุมสถานบันเทิงย่านนาวา พบนักท่องเที่ยวชาวจีนปาร์ตี้เสพยาเสพติดในพื้นที่จำนวนมาก ว่าได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ทั้งตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการสืบสวนสอบสวน หลังมีข้อมูลว่ามีความเชื่อมโยงกันกับสถานบันเทิงและบ่อนการพนันในพื้นที่ รัชดา สุทธิสาร และพัทยา ชลบุรี โดยลักษณะเฉพาะคือเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไปใช้บริการ ส่วนเจ้าของไม่ใช่คนเดียวกัน จึงจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบการเข้าออกของกลุ่มคนจีนดังกล่าว รวมถึงเรื่องการใช้วีซ่านักท่องเที่ยวมาทำธุรกิจหรือทำงานถือว่ามีความผิดชัดเจน เพราะหากจะทำงานต้องมีใบอนุญาตของชาวต่างชาติ และตรวจสอบเรื่องนอมินี เพื่อให้ทราบเจ้าของที่แท้จริงเป็นใคร โดยกลุ่มคนที่กระทำผิดเหล่านี้จะต้องถูกขึ้นแบล็คลิสอย่างถาวรห้ามเข้าประเทศ ส่วนคนที่ไม่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจะถูกผลักดันกลับประเทศ รวมทั้่งตรวจสอบเส้นทางยาเสพติดที่มีการนำมาจำหน่ายในสถานบันเทิง และให้กลุ่มคนจีนที่มาใช้บริการการฝากยาเสพติดคล้ายกับการฝากสุราที่ดื่มไม่หมดและกลับมาใช้อีกได้ โดยเฉพาะในพื้นสุทธิสารมีลักษณะคล้ายบ่อนและมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนเสียชีวิตจากการเสพยาเสพติด ทั้งนี้ จะต้องมีการประสานกับทางการจีนว่ากลุ่มคนเหล่านี้เดินทางออกประเทศมาด้วยเหตุผลใด เพราะจีนมีมาตรการ ซีโร่โควิด ขณะเดียวกันต้องมีการตรวจสอบว่าตำรวจพื้นที่โดยเฉพาะระดับผู้กำกับและรองสารวัตรถึงไม่รู้ว่ามีสถานบันเทิงเปิดมานานแล้วพร้อมยอมรับว่าปัจจุปันรูปแบบของผับวบาร์เปลี่ยนไปเยอะตำรวจต้องรู้เท่าทันในการติดตามผู้กระทำความผิด
ส่วนกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตนักการเมืองไทย จะนำหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงและรายชื่อนักธุรกิจสีเทาเข้ามาเปิดสถานบันเทิงมั่วสุมยาเสพติดในประเทศไทยมามอบให้ ยังไม่ได้รับคาดว่าถ้าข้อมูลดังกล่าวจะมาถึงมือตน ถือว่าเป็นประโยชน์ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาสืบสวนขยายผล