“ตำรวจไซเบอร์บุกจับโจรพิลึก แฮ็กเฟซเหยื่อสาว โหลดคลิปลับส่งแชตข่มขู่เรียกค่าไถ่ เป็นกางเกงในที่ใช้แล้ว”

อาชญากรรม3 พ.ย. 2564 • 09:17 น.
“ตำรวจไซเบอร์บุกจับโจรพิลึก แฮ็กเฟซเหยื่อสาว โหลดคลิปลับส่งแชตข่มขู่เรียกค่าไถ่ เป็นกางเกงในที่ใช้แล้ว”
วันที่ 3 พ.ย.พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึงผบช.สอท.พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 สั่งการให้พ.ต.อ.ขวัญชาติ วงศ์ขจรไพบูลย์ ผกก.1 บก.สอท.5 พ.ต.ท ประเสริฐ หวังบุญสร้าง รอง ผกก.1 บก.สอท.5 พ.ต.ต.ญาณศักดิ์ บุญสนอง สว.กก.1 บก.สอท.5 เข้าจับกุมนายจักรพงศ์ ฉิมเรือง อายุ 25 ปี ขณะเดินเข้ามาหยิบถุงที่บรรจุสิ่งของที่ใช้เรียกค่าไถ่บริเวณริมถนนสายพังงา-ภูเก็ต ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ทั้งนี้ทราบว่า ก่อนหน้ามีน.ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองพังงา หลังถูกชายลึกลับทักมาทางอินบ็อกในเฟซบุ๊กของตนเอง ว่า ได้แฮ็กเฟซบุ๊คของน.ส.เอ และยังได้โหลดคลิปลับที่ผู้เสียหายถ่ายเก็บเอาไว้ พร้อมข่มขู่เรียกค่าไถ่เป็นเงินสด จำนวน 5,000 บาท รวมทั้งกางเกงในตัวที่ผู้เสียหายใส่อยู่ด้วย หากไม่ยอมทำตาม ก็จะนำคลิปลับดังกล่าวไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ผู้เสียหายกลัวว่า จะเสื่อมเสียชื่อเสียงจากการปล่อยคลิปลับดังกล่าว จึงขอต่อรองกับคนร้ายว่า จะขอจ่ายเป็นเงินสด 1,000 บาท และกางเกงในที่ผู้ต้องหาต้องการ พร้อมนัดเวลาและสถานที่รับของไปวางเอาไว้ ต่อมาทางสภ.เมืองพังงา จึงประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม วางแผนก่อนและเข้าจับกุมนายจักรพงศ์ ผู้ต้องหา ขณะเดินเข้ามาหยิบถุงค่าไถ่ดังกล่าว สอบสวน นายจักรพงศ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงอบไม้แห่งหนึ่ง และก็ยอมรับว่า เป็นผู้แฮกเฟซบุ๊กของผู้เสียหายเพื่อเรียกค่าไถ่จริง ส่วนวิธีการเลือกเหยื่อก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แค่ลองใช้ชื่อและพาสเวิร์ดเพื่อเข้าบัญชีเฟซบุ๊ก โดยการสุ่มชื่อและตัวเลขไปเรื่อยๆ จนสามารถเข้าไปได้ ส่วนเฟซฯที่ใช้ติดต่อกับผู้เสียหาย ตนก็แฮ็คมาด้วยเหมือนกัน เพื่อป้องกันถูกตามจับกุม ที่ต้องเรียกค่าไถ่เป็นกางเกงในก็เห็นว่าเหยื่อหน้าตาดี รวมทั้งยังมีคลิปลับก็เลยอยากจะขอเอากางเกงในมาไว้ดูเล่นเท่านั้น ภายหลังการจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งให้สภ.เมืองพังงาดำเนินคดีในข้อหา “เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตนตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับ ซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทำให้ผู้ถูกขู่เข็ญเสียหาย” พร้อมกันนี้ทางตำรวจไซเบอร์ ยังขอฝากเตือนด้วยอีกว่า ปัจจุบันมีความเสียหายที่เกิดจาก การกระทำความผิดเกี่ยวกับการแฮก Facebook เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหลอกให้โอนเงิน การเลือกค่าถ่ายข้อมูลสำคัญที่อยู่ใน Facebookเป็นต้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ ให้ระมัดระวังในการใช้ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือ การตั้ง username และ password ที่ คนร้ายสามารถเดาได้ง่าย จนสามารถแฮกเข้าไปใน Facebook ของเราซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้