ราชกิจจาฯ แพร่ข้อบังคับประธานศาลฎีกา ตาม ป.วิอาญา ให้จำเลยต้องปรากฏตัวต่อหน้าศาลในการสู้คดียื่นอุทธรณ์-ฎีกา สกัดพวกหนีคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตนของจำเลยต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา พ.ศ. 2563 โดยข้อบังคับดังกล่าวเป็นการออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 32) พ.ศ. 2559 ซึ่งมีการแก้ไขโดยการเพิ่มวรรคสาม และวรรคสี่ของมาตรา 198 มีสาระสำคัญคือการกำหนดให้จำเลยต้องปรากฏตัวต่อหน้าศาล ในการสู้คดีชั้นอุทธรณ์และฎีกา
สำหรับระเบียบดังกล่าว มีสาระสำคัญคือ ข้อ 4 กรณีจำเลยต้องรับโทษจำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้นและไม่ได้ถูกคุมขัง หากจำเลยประสงค์จะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ให้อุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลและแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาพร้อมแสดงหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวจำเลย เช่น บัตรประชาชน บัตรข้าราชการ หนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ซึ่งปรากฎภาพถ่ายของจำเลย
ความตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีจำเลยอยู่ระหว่างหลบหนีจากที่คุมขังด้วย
ข้อ 6 เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า อุทธรณ์หรือฎีกาของจำเลยชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยที่ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเป็นจำเลยในคดีจริง ให้ศาลสั่งรับอุทธรณ์หรือฎีกา
หากจำเลยไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวได้ตามข้อ 4 ศาลอาจมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์หรือฎีกาหรืออาจไต่สวนเพื่อให้มีการยืนยันตัวตนของจำเลยตามที่เห็นสมควรก็ได้
ข้อ 7 เมื่อจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่จำเลยไม่สามารถแสดงตนต่อศาลได้เพราะมีพฤติการณ์พิเศษ จำเลยอาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาแสดงตนออกไป และศาลอาจมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาแสดงตนแล้วรอการสั่งอุทธรณ์หรือฎีกาไว้ก่อนได้
อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม