สั่งล่าแท็กซี่ก่อเหตุลักทรัพย์ผู้โดยสารชาวจีนขณะมึนเมา พื้นที่ สน.คลองตัน

อาชญากรรม4 ก.ย. 2562 • 14:35 น.
สั่งล่าแท็กซี่ก่อเหตุลักทรัพย์ผู้โดยสารชาวจีนขณะมึนเมา พื้นที่ สน.คลองตัน
วันที่ 4 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี ตามที่สื่อสังคมโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าวแท๊กซี่ก่อเหตุลักทรัพย์ผู้โดยสารชาวจีนขณะมึนเมา ในเขตพื้นที่ สน.คลองตัน จ.กรุงเทพฯ ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 05.00-07.00 น. นายซง ไอ (MR.ZHONG AI) ผู้เสียหาย ได้มีการดื่มสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน และเมื่อรู้สึกมึนเมา จึงได้เรียกรถแท๊กซี่จากบริเวณ RCA เพื่อกลับคอนโดใน ซ.เอกมัย 30 ซึ่งผู้เสียหายไม่สามารถจดจำหมายเลขทะเบียนของรถแท๊กซี่คันดังกล่าวได้ โดยระหว่างอยู่บนรถแท๊กซี่นั้นผู้เสียหายได้หลับไป แต่มารู้สึกตัวอีกทีพบว่าอยู่บริเวณข้างถนนหน้าซีคอนโด กลางซอยเอกมัย 12 เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันเดียวกัน ต่อมาหลังจากตรวจสอบทราบว่าทรัพย์สินของผู้เสียหายได้หายไป รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 3,621,000 บาท จึงเดินทางมายัง สน.คลองตัน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้พนักงานสอบได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายสืบสวนได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เกี่ยวข้องในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลคนร้าย ยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุและเส้นทางหลบหนี รวมถึงการสืบสวนหาข่าวกลุ่มแก้งที่มีประวัติการกระทำผิดลักษณะใกล้เคียง พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพบเจอเหตุในลักษณะแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง จึงขอความร่วมมือผู้ขับรถยนต์โดยสารแท๊กซี่ ให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี และขอให้ประชาชน , นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ สถานบริการ กินดื่ม หรือมาติดต่อทำธุรกิจภายในประเทศไทย ให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง เนื่องจากอาจพบผู้ที่ไม่ประสงค์ดีในลักษณะดังกล่าว โดยหากพบเหตุ หรือพฤติกรรมของบุคคลใดที่ไม่น่าไว้วางใจ ,มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือมีข้อมูลในคดีดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่โรงพักใกล้เคียง หรือหมายเลขสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว นักลุงทุนที่ได้เข้ามาในประเทศไทย พร้อมกำชับท้องที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมให้ดี โดยการเพิ่มความเข้มงวด วงรอบความถี่ ในการออกตรวจ ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด การตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น