ตร.ลุยเช็กเส้นทางการเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นพิธีกรดัง
ผบช.สอท. เดินหน้าลุยสั่งจนท.เร่งตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ขบวนการแก๊งมิจฉาชีพ ตุ๋นดูดเงินผู้ประกาศข่าวช่องดัง สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท
จากกรณีที่ น.ส.ประวีณมัย บ่ายคล้อย ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดิน หลอกดูดเงินเสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะให้อัพเดตข้อมูลที่ดิน ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค.66 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์รับทราบแล้วว่าทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.ภาษีเจริญ ซึ่งในเบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีของตำรวจไซเบอร์ เพื่อเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของคดี โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ
ส่วนแผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ทำทีหลอกให้โหลดแอพของราชการ ซึ่งเรื่องนี้ทางตำรวจไซเบอร์ก็ได้แจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะๆ แล้วว่าไม่มีหน่วยงานราชการไหนที่จะให้ติดตั้งและโหลดแอพของตนเอง ในส่วนเคสของคุณประวีณมัย เชื่อว่าคนร้าย ได้อาศัยจังหวะในช่วงที่ผู้เสียหายมีประเด็นทางที่ดิน ซึ่งไม่รู้ว่าคนร้ายได้รู้ข้อมูลนี้หรือเป็นเพียงแค่จังหวะเวลาที่ผู้เสียหายต้องการติดต่อราชการกับทางที่ดินพอดี
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เรื่องการอายัดบัญชีหรือระงับบัญชีม้า เราได้มีการแก้กฎหมายออกเป็นพระราชกําหนดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ซึ่งให้อํานาจธนาคารสามารถระงับบัญชีได้เลยเมื่อมีเหตุอันสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า หรือมีประชาชนที่โดนหลอกลวงแจ้งไปที่ธนาคารธนาคารก็ต้องระงับบัญชีเลย เมื่อพูดคุยแล้วสอบถามแล้วเป็นบัญชีม้า มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ธนาคารต้องระงับบัญชีเลยตามกฎหมายฉบับใหม่ที่ได้แก้ไขไปแล้ว แล้วเหตุการณ์ที่ว่าผู้ไปร้องและธนาคารไม่ยอมรับบัญชี ผมคิดว่าไม่ถูกต้องจะต้องไปตรวจสอบดู เราได้พูดคุยกับสมาคมธนาคารไทยแล้วโดยมีการประชุมร่วมกันมาโดยตลอด ตนเข้าใจว่าทางธนาคารทุกแห่งก็ทราบแล้วก็มีการปรับปรุงระบบการทํางานให้มีการรับแจ้งความหรือรับเรื่องร้องเรียน เพื่อจะได้ระงับบัญชีม้าได้เลย โดยไม่ต้องมาดําเนินคดีหรือแจ้งตํารวจก่อนไประงับบัญชีที่ธนาคารก่อนเพื่อให้สามารถดึงเงินกลับมาได้มากที่สุดพูดง่าย ๆ แล้วก็ไม่ให้บัญชีเหล่านี้ไปสร้างความเสียหายให้ประชาชนต่อไป
อันนี้ผมคิดว่าธนาคารทุกธนาคารทราบแล้วก็มีระบบรองรับอยู่แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวจะไปตรวจสอบอีกทีหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของประชาชนที่ได้รับ link ส่ง link ส่งไลน์ โทรมาคุยจาก มิจฉาชีพที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นกรมโน้นกรมนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือส่งอีเมลมาก็ตาม ผมก็ฝากเตือนทุกคนว่าอย่าไปเชื่อ เจ้าหน้าที่และหรือหน่วยงานต่างๆ ไม่มีใครโทรหาประชาชนเพื่อไปให้ทําธุรกรรมต่าง ๆ ถ้ามีก็จะติดต่อไปเป็นเอกสารหรือเป็นอะไรต่าง ๆ แล้วให้ท่านพยายามติดต่อธนาคารทําธุรกรรมต่างๆ ทุกเรื่อง ให้เข้าไปที่เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารหรือของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าไปติดต่อผ่านคนที่โทรมาหาท่าน เพราะในความเป็นจริงไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนของหน่วยงานรัฐโทรไปหาประชาชนเป็นคนร้ายไม่ต้องไปคุยไม่ต้องไปฟังเลยเสียเวลาแล้วก็อาจจะโดนหลอกด้วย
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า จากในข่าวที่มีเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลกรมที่ดิน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงาน สกมช. สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ของกระทรวงดิจิทัลฯ จะเข้าตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลจริงหรือไม่ หรือเป็นเรื่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินนำข้อมูลไปขายอันนี้มีความผิด ฝากเตือนยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เก็บข้อมูลประชาชนต้องเก็บให้ดี อย่านำข้อมูลไปขายจะมีโทษมีความผิด จะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด