พบหลักฐานใหม่เส้นทางเงินเหยื่อไซยาไนด์

อาชญากรรม1 พ.ค. 2566 • 22:30 น.
 พบหลักฐานใหม่เส้นทางเงินเหยื่อไซยาไนด์

 แม่ทราย ลุยให้ปากคำตำรวจคลี่คดี บุตรสาว เสียชีวิตเมื่อ 7 ปีก่อน มั่นใจเป็นฝีมือ แอมไซยาไนด์ พร้อมจี้ประหารชีวิต ด้าน ผู้ประสานงานญาติผู้เสียชีวิต จ่อเปิดหลักฐานใหม่ เชื่อมโยงแอม หลังพบบัญชีเงินฝากของผู้ตายรายหนึ่ง ที่จ.กาญจนบุรี เคลื่อนไหวหลายแสนบาท กองปราบเรียกถกทีมสอบสวนสางคดีด่วน ระบุคดีคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ยันตรวจสอบไม่พบ รองผกก. อดีตสามีแอม มีเอี่ยวร่วมกระทำผิด

     ความคืบหน้ากรณี นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาลักทรัพย์ หลังนำสารไซยาไนด์มาใช้วางยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายกว่า 13 ราย 
    
 ล่าสุด ที่สโมสรตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลัดดา ขาวอินทร์ อายุ 64 ปี มารดาของ น.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ หรือ ทราย อายุ 37 ปี ที่เสียชีวิตเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมาได้เข้าให้การในฐานะพยาน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยืนยันว่า การเสียชีวิตของบุตรสาวเป็นฝีมือของนางสรารัตน์อย่างแน่นอน เนื่องจากนางสรารัตน์และบุตรสาวมีความสนิทสนมกันอย่างมากและอยากให้ผู้กระทำผิดถูกประหารชีวิต 

     นอกจากนี้ยังมี นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานญาติผู้เสียชีวิตในคดีแอม เดินทางเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมกับคณะทำงานชุดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ในฐานะผู้ดูแลคดี กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย อายุ 32 ปี เท้าแชร์ ชาวจ.กาญจนบุรี พร้อมระบุว่า วันนี้จะเดินทางไปจ.กาญจนบุรี เพื่อรับหลักฐานสำคัญ ด้านการเงินของผู้เสียชีวิตรายหนึ่งที่เชื่อมโยงกับนางสรารัตน์ เนื่องจากในเบื้องต้นพบว่าเจ้าของบัญชีดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว แต่บัญชียังมีความเคลื่อนไหววงเงินหลายแสนบาท อีกทั้งยังพบบุคคลที่ทำธุรกรรมไม่ใช่ญาติพี่น้อง เพื่อจะนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนต่อไป

     ส่วนคดีของ นางสาวทราย มณฑาทิพย์ เหยื่อรายที่ 15 หลังตำรวจรับเรื่องร้องทุกข์ ที่มารดาเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สโมสรตำรวจวันนี้ อยากให้ไปติดตามหาหลานสาวของนางสาวทราย หลังทราบว่ามีเอกสารบางอย่างที่นางสรารัตน์ลงลายมือไว้ว่าเป็นผู้จัดการมรดก แล้วมีข้อมูลว่าเคยยื่นเอกสารชิ้นนี้ให้กับสามีชาวต่างชาติของนางสาวทราย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อข้อมูลและพยานหลักฐาน ในข้อเท็จจริงของคดีนี้

     วันเดียวกัน ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า วันนี้ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดี ซึ่งคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงผลตรวจหลักฐานบางอย่าง ส่วนคดีน.ส.ศิริพรจากหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้ผู้ก่อเหตุมีแค่นางสรารัตน์เพียงคนเดียว ยังไม่พบผู้อื่นร่วมกระทำผิด ทั้งนี้จากการสอบปากคำพยานทั้ง 5 คน เมื่อวานที่ผ่านมา ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ชุดคลี่คลายคดีสามารถมองเห็นทิศทาง รูปแบบการกระทำผิดมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนกระแสข่าวว่า นายตำรวจ ตำแหน่ง รอง ผกก. อดีตสามีนางสรารัตน์ มีส่วนร่วมกระทำผิดด้วยนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดากันไปเอง เพราะจากข้อมูลพยานหลักฐานในตอนนี้ยังไม่พบข้อมูลการร่วมกระทำผิด