ดีเอสไอชงอัยการสั่งฟ้องชัยวัฒน์

อาชญากรรม5 ก.ย. 2565 • 23:35 น.
ดีเอสไอชงอัยการสั่งฟ้องชัยวัฒน์

"ดีเอสไอ" นำตัว ชัยวัฒน์ พร้อมพวก ส่งอัยการสั่งฟ้องต่อศาลอาญาฯ คดี"บิลลี่"เสียชีวิต อ่วมเจอข้อหาหนัก "เจ้าตัว"ยันไม่กังวล กลับโล่งใจ เพราะจะได้พิสูจน์ความจริง แต่สงสารลูกน้องที่ใครมาอยู่ใกล้มักจะซวยไปด้วย ขณะที่"ทนาย"เตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันคนละ 1 ล้าน

 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ควบคุมตัว นายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี พร้อม นายบุญแทน บุษราคัม, นายธนเสฏฐ์ หรือ ไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 1-4 ในคดีการเสียชีวิตของ นายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำชุมชนกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งตัวให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล ตามขั้นตอนกฎหมาย

 โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้แก่ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ร่วมกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันโดยทุจริตหรือเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

 ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ไม่ได้มีความกังวลใจ และได้เตรียมเอกสารเพื่อนำมาประกันตัว พร้อมกับขอบคุณเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ผ่านมาตนได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา และยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าไม่ได้ทำอะไร และวันนี้เมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นตอนของศาลแล้วก็รู้สึกโล่งใจมากกว่า และไม่ได้รู้สึกน้อยใจในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย กลับรู้สึกขอบคุณเสียมากกว่า เพราะมันถึงเวลาแล้วที่ต้องทำแบบนี้ เพราะจะได้พิสูจน์ความจริงสักที รวมถึงประเด็นที่ว่าตนเองเป็นผู้ลงมือสั่งการและเผาบ้านของปู่คออี้ และมอแอะ ชาวบ้านบางกลอย 2 หลัง แต่ท้ายที่สุดหลักฐานได้ชี้ชัดว่าปู่คออี้และมอแอะ นั้นอยู่บ้านหลังเดียวกัน  ซึ่งตนมองว่าที่ผ่านมาเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ ให้การเท็จ และแจ้งเท็จ ซึ่งตนก็พิสูจน์แล้ว และอยากให้สังคมคอยติดตามดูความจริงคืออะไร ซึ่งตนก็ยังไม่ฟ้องกลับบุคคลเหล่านั้น ทุกคนยังเกี่ยวข้องกับกรณีที่ดินชาวบ้านบางกลอยที่ยังพิพาทกันอยู่ตอนนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้กระทบกับการทำงานราชการหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ทางผู้ใหญ่และน้องๆ ทุกคนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และตนก็ทำงานในการปกป้องป่าตามปกติ ยังรู้สึกเห็นใจลูกน้องที่ต้องมาพัวพันในคดี ลูกน้องทุกคนรู้สึกท้อใจ เพราะพวกเขาไม่ได้ทำอะไรแต่กลับมาโดนคดี และมองว่าไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ชิดตนก็มักจะซวยตามไปด้วย

 ด้าน นายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความของนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า  ในการต่อสู้คดีนั้น ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะต้องดูทางฝั่งอัยการในขั้นตอนการตรวจหลักฐานสืบพยานก่อน ว่ามีพยานหลักฐาน พยานบุคล หรือวัตถุพยานอย่างไรบ้าง  โดยวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท