ร้านนั่งชิลล์อย่าย่ามใจปล่อยผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะใช้บริการมีโทษหนัก
ร้านนั่งชิลล์อย่าย่ามใจปล่อยผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะใช้บริการมีโทษหนัก
เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 26 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 กรณี ตำรวจ สน.บุปผาราม นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ จำพวกร้านอาหารมีใบอนุญาตขายสุรา และยาสูบ แต่เปิดให้บริการได้ไม่เกินเที่ยงคืน สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าของสถานประกอบการได้ 2 ราย คุมตัวเยาวชนอายุ 18 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี หรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ 19 คน แบ่งเป็นหญิง 16 คน และชาย 3 คน นำส่งพนักงานสอบสวนทำประวัติก่อนดำเนินการส่งรายงานทางคดีให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครพิจารณาปิดสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เร่งรัดกวดขันสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ หรือร้านอาหารขายสุราประเภทนั่งชิลล์ที่วัยรุ่นรู้จัก ซึ่งปิดไม่เกินเที่ยงคืน ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และคำสั่งเพิ่มเติมที่ 46/2559 เนื่องจากสถานประกอบการในลักษณะนี้ส่วนใหญ่ขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหาร มีใบอนุญาตขายสุรา และยาสูบถูกต้อง จึงสามารถขออนุญาตประกอบกิจการได้ง่ายกว่าประเภทสถานบริการที่เปิดให้บริการได้ถึงตี 1 ดังนั้นจึงเป็นช่องว่างให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการได้ง่ายเนื่องจากคิดกันเอาเองว่าเจ้าหน้าที่จะไม่กวดขันเหมือนสถานบริการ
จากผลการปฏิบัติของ พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า ผกก.สน.บุปผาราม นำกำลังฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจ เข้าตรวจสอบร้านโฟร์บาร์ บริเวณสี่แยกบ้านแขก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม.สามารถคุมตัวเยาวชนอายุ 18 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี หรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ 17 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 14 คน และร้านดริงค์บาร์ ถนนพญาไม้ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. สามารถคุมตัวเยาวชนหญิง อายุ 18 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี หรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะได้ 2 คน รวมทั้ง 2 ร้านทั้งสิ้น 19 คน ก่อนเชิญตัวเจ้าของร้านให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำ แจ้งข้อหาขายเครื่องดื่มให้เยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี และยุยงส่งเสริมให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการ ที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.อ.ภูมิยศ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าห่วงใยที่เยาวชนส่วนใหญ่เข้าไม่เข้าใจข้อกฎหมาย นึกว่าตนเองอายุเกิน 18 ปีแล้ว จะเข้าไปใช้บริการดื่มสุราในร้านนั่งชิลล์ได้ โดยเฉพาะเจ้าของร้านบางรายก็ยังคิดเช่นนั้น คิดเพียงว่าตนเองไม่ได้ขออนุญาตเปิดสถานบริการทางเจ้าหน้าที่ไม่น่าจะเข้มงวดเนื่องจากไม่เกินเที่ยงคืนก็ต้องปิดร้านแล้ว จึงปล่อยปละให้เยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเข้าไปใช้บริการ การจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าของร้านจะถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ศาลนอกจากนั้นสำนวนคดีจะถูกส่งต่อให้ ผบช.น.และ ผบ.ตร.เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครใช้คำสั่งทางปกครองสั่งปิดสถานประกอบการทั้ง 2 แห่งต่อไป ในส่วนเยาวชนที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 19 ราย จะดำเนินการทำประวัติเอาไว้และปล่อยตัวกลับบ้าน แต่หลังจากนี้ถ้าหากตรวจพบร้านใดมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการเจ้าของร้านและเด็กเหล่านั้นจะถูกดำเนินการส่งศาลเยาวชน ที่สำคัญจะต้องเรียกผู้ปกครองเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและเดือดร้อนไปกับการปล่อยปละให้บุตรหลานออกมามั่วสุมใช้บริการสถานประกอบการเหล่านี้ไปด้วย.