ตำรวจเตรียมฝากขัง​ 3​ แก๊งมังกรจีน​พรุ่งนี้ ค้านประกันตัว

อาชญากรรม29 ก.ค. 2565 • 09:02 น.
ตำรวจเตรียมฝากขัง​ 3​ แก๊งมังกรจีน​พรุ่งนี้ ค้านประกันตัว

วันที่ 29 ก.ค.65 จากกรณีตำรวจชุดสืบสวน บก.น.4 ร่วมกับชุดสืบสวน สน.วังทองหลาง ตามลากคอแก๊งปล้นมังกรจีน 3 คนคาสนามบินสุวรรณภูมิ หลังก่อเหตุอุกฉกรรจ์บุกอุ้มตัวนักธุรกิจเชื้อสายจีนบริเวณลานจอดรถแมนชันกลางกรุง หวังขู่บังคับให้โอนเงิน 10 ล้านบาทจากบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ เดชะบุญเหยื่อทำสมาร์ทโฟนตกไว้ที่จุดเกิดเหตุ โอนเงินไม่ได้ เลยรูดนาฬิกาหรู “ริชาร์ด มิลล์”มูลค่า 25 ล้านบาทและกุญแจรถเบนซ์ ก่อนปล่อยตัวเหยื่อแล้วหลบหนีไป แต่ไม่รอดถูกตำรวจไทยตามจับทันควัน ก่อนหนีออกนอกประเทศ​ เบื้องต้นยังให้การภาคเสธอ้างไม่ได้ปล้นแต่มาเอาทรัพย์สินคืน พงส.​ แจ้ง​ 5​ ข้อหา​ เตรียมฝากขังศาลอาญาพรุ่งนี้​ (30 ก.ค.65)​

ล่าสุด เมื่อเวลา​ 13.30​ น.​ ที่​ สน.วังทองหลาง​ พลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล​ (ผบช.น.)​ ได้เดินทางมาเข้าร่วมประขุมติดตามความคืบหน้าในคด​ี "แก๊งปล้นมังกร" ก่อเหตุบุกอุ้มตัวนักธุรกิจเชื้อสายจีน​ เรียกค่าไถ่และปล้นทรัพย์ ก่อนปล่อยตัวเหยื่อแล้วหลบหนีไป​ หลังทางตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุตัวได้​ รวม​ 3​ ราย

กระทั้งเวลา​ 14.30​ น.​ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล​ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคนยังให้การภาคเสธ ยอมรับว่าอยู่ในเหตุการณ์ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย โดยผู้ต้องหา 2 คน วางแผนเดินทางเข้ามาในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม และอีกคนเข้ามาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก่อนจะวางแผนเช่ารถยนต์มาก่อเหตุ และเมื่อก่อเหตุเสร็จแล้วทิ้งรถหลบหนีเตรียมขึ้นเครื่องบินกลับ แต่ถูกจับได้ก่อน 

สำหรับคำให้การของผู้ต้องหาขณะนี้ยังให้การไม่ตรงกัน บางคนให้การว่าติดหนี้ในต่างประเทศ บางคนบอกว่าเป็นการหลอกให้ร่วมลงทุนแล้วไม่ได้ผลตอบแทน จึงต้องมาทวงเงินที่ติดไว้ ส่วนผู้เสียหาย ยอมรับว่ารู้จักกับหนึ่งในผู้ต้องหา เนื่องจากเคยยืมเงินไปก่อนหน้านี้ แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการติดหนี้พนันออนไลน์

สำหรับวันที่เกิดเหตุเมื่อเจอผู้เสียหายแล้วได้พาตัวขึ้นรถขับวนไปจนถึงวัดลาดปลาดุก เพื่อต้องการให้โอนเงินสกุลดิจิทัลให้ ตีมูลค่าเงินไทยประมาณ 10 ล้านบาท แต่ขณะที่ถูกพาตัวไปโทรศัพท์ของผู้เสียหายตกอยู่ทำให้โอนไม่ได้ จึงยึดนาฬิกาแบรนด์เนมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทไป โดยที่ผู้เสียหายพยายามหลอกผู้ต้องหาแล้วว่าเป็นของปลอม แต่ผู้ต้องหายึดไปก่อน 

ส่วนผู้เสียหายพบว่าเดินทางเข้ามาในไทยเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว และเป็นนักธุรกิจที่มีฐานะ โดยตั้งใจพาภรรยามาคลอดลูกที่โรงพยาบาลในไทย เนื่องจากมั่นใจในระบบสาธารณสุข หลังจากนี้ก็จะเดินทางกลับประเทศ แต่ถูกก่อเหตุก่อน โดยในวันพรุ่งนี้พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรก พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันปล้นทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจผู้อื่น และข้อหาอื่นๆ รวม 5 ข้อหา​ ประกอบด้วย​ 1.ร่วมกันเอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดหรือหน่วงเหนี่ยวหรือกังขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ มาตรา 313, 2.ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมมาตรา​340 วรรคสอง, 3.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การะทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ  มาตรา 309, 4.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยงหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย มาตรา 310 และ 5.ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร มาตรา 371 

พร้อมเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก​ รวม 12 วัน​ พร้อมคัดค้านการประกันตัว