กมธ.ตำรวจลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เล็งรื้อกฎหมายสถานบริการเก่า 60 ปี
กมธ.ตำรวจ วุฒิสภา ลงพื้นที่ตรวจโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว หลังเหตุเพลิงไหม้ พบปัญหาโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ทางหนีไฟ และวัสดุตกแต่งเสี่ยง พร้อมเตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาปรับปรุง พ.ร.บ.สถานบริการ ปี 2509 ให้ทันสมัย ป้องกันเหตุซ้ำรอย
วันที่ 16 ก.ค.69 นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ และคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกและประเมินภาพโครงสร้างอาคารภายนอก นำไปประกอบการพิจารณาหาแนวทางป้องกันภัยพิบัติในสถานบริการ
นายกิติศักดิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมร่วมกับ สน.พหลโยธิน เมื่อวันก่อน ซึ่งทำให้ได้รับข้อมูลบางประการ จึงต้องมาดูสถานที่จริงเพื่อประเมินสาเหตุที่ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า โครงสร้างอาคารมีความสูงค่อนข้างน้อย เพดานไม่โปร่ง ทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้ กลุ่มควันจะปกคลุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากอาคารสูงที่มีเพดานโปร่งซึ่งจะช่วยยืดเวลาให้ผู้ประสบภัยอพยพได้
นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยในพื้นที่ ประเมินว่าสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 33 ราย เกิดจากปัญหาระบบไฟฟ้าดับ โดยไม่มีระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน และไม่มีป้ายไฟบอกทางหนีไฟ เมื่อตกอยู่ในความมืดสนิทจึงเกิดความโกลาหล ต่างคนต่างวิ่งชนกันและเหยียบกันเองจนไม่สามารถหาทางออกได้
สำหรับประเด็นเรื่องวัสดุตกแต่ง มีข้อมูลระบุว่าทางร้านใช้การฉีดโฟมไว้บนฝ้าเพดานเพื่อซับเสียง ซึ่งโฟมประเภทนี้ถือเป็นเชื้อไฟอย่างดี แม้ในตลาดจะมีวัสดุฉนวนซับเสียงที่ไม่ติดไฟ แต่ผู้ประกอบการมักไม่นิยมใช้เนื่องจากมีราคาแพง
นายกิติศักดิ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงช่องโหว่ทางกฎหมาย จากกรณีที่ร้านดังกล่าวเดิมทีขอใบอนุญาตเป็นเพียงร้านอาหาร ก่อนจะมาขอต่อเติมเพิ่มส่วนการแสดงดนตรีและการใช้เสียงในภายหลัง ซึ่งโครงสร้างอาคารเดิมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเป็นสถานบริการตั้งแต่แรก พร้อมระบุว่า พ.ร.บ.สถานบริการ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 หรือนานกว่า 60 ปีแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยควรดึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น ดับเพลิง และการประปา เข้ามาร่วมพิจารณาอนุมัติใบอนุญาตด้วย ไม่ใช่มีเพียงโยธาและสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบระบบดับเพลิงและปริมาณน้ำให้พร้อมใช้งานหากเกิดเหตุ
ในฐานะอดีตช่างไฟฟ้า นายกิติศักดิ์ยังวิเคราะห์ถึงประเด็นการขอกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนจากร้านอาหารมาเป็นสถานบริการทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงมาก การขอมิเตอร์และหม้อแปลงเพิ่มเป็นสิ่งสะท้อนชัดเจนว่าไฟไม่พอใช้ ซึ่งในระหว่างที่ยังไม่ได้มิเตอร์ใหม่ หากสายไฟด้านในไม่ได้ปรับปรุงให้รองรับ กระแสความร้อนสะสมในสายนำส่งก็อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนนำไปสู่เพลิงไหม้ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อรวบรวมข้อมูลเสนอต่อฝ่ายบริหารในการปรับปรุงกฎหมายและการออกใบอนุญาตสถานประกอบการ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอดีตอย่างกรณี ซานติก้าผับ ในปี 2552 ที่มีผู้เสียชีวิต 67 ราย หรือ เมาท์เทน บี ในปี 2565 ที่มีผู้เสียชีวิต 27 ราย เกิดขึ้นซ้ำอีกในประเทศไทย