ผบ.ตร.สั่งให้พ้นทุกหน้าที่ศูนย์เฉพาะกิจประยุทธ์งัดม.44เด้งโจ๊ก
“ราชกิจจาฯ”เผยแพร่คำสั่งเด้ง “บิ๊กโจ๊ก” เป็นขรก.พลเรือนสังกัดสำนักนายกฯ ด้าน“จักรทิพย์”มีคำสั่งด่วนพิเศษให้ “บิ๊กโจ๊ก” พ้นจากทุกหน้าที่ในทุกศูนย์เฉพาะกิจ ด้าน “ครม.”ไฟเขียวสั่งโอน“บิ๊กโจ๊ก” เป็น ขรก.พลเรือนสังกัดสำนักนายกฯส่วน “บิ๊กตู่” ปัดตอบครม.รับทราบโอนย้ายตำแหน่ง “บิ๊กโจ๊ก” เข้ารายงานตัว“ศปก.ตร.”พร้อมร่วมโต๊ะประชุม “ผบ.ตร.”ก่อนกลับ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เมื่อเวลา08.00น.วันที่ 9 เม.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พ้นจากผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบ ช.สตม.) ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวที่ศปก.ตร.ชั้น20อาคาร1 ตร.เป็นวันที่ 3 หลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และร่วมประชุมศปก.ตร.ในเวลาประมาณ 09.00 น.ก่อนเดินทางกลับ
ขณะที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2558 นั้น
อาศัยอำนาจตามความในข้อ 1 และข้อ 5 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2558 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นสมควรประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมจากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นสมควรประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมจากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 ตามความในข้อ 5 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558
ข้อ 2 ให้ข้าราชการตำรวจตามข้อ 1 ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) ตามข้อ 1 วรรคหนึ่ง ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558ข้อ 3 ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ข้อ 4 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 เมษายน พุทธศักราช 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ลงนามคำสั่งวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนพิเศษที่ 0007/160 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 ถึงผู้ปฎิบัติ รอง ผบ.ตร.,จตช., ผอ.ศพดส.ตร., ที่ปรึกษาพิเศษ,รอง ผบ.ตร.(บร.) ผอ.ศปฉช.ตร. ผู้ทราบ นรม.รมว.กห. ระบุว่า “อ้างถึงคำสั่ง ตร.ที่ 232/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย.2562 สั่งการให้ ผบช.สตม.ให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.2562 เป็นต้นไป และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่อื่นๆตามที่ ตร.มอบหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสอดคล้องกับคำสั่งตร. จึงให้ผอ.ศูนย์ฯ พิจารณามอบหมายให้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการเหมาะสมไปปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ต่างๆแทน ผบช.สตม.และ/หรือเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองผบช.ทท. ซึ่งศูนย์ยังไม่ได้ปรับปรุงแก้ใขตำแหน่งให้เป็นปัจุบัน แล้วเสนอพิจารณาภายในวันที่ 9 เม.ย.62 ทั้งนี้หากมีการจัดชุดปฏิบัติการใดๆที่มี ผบช.สตม.เป็นหัวหน้า ให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแทน ผบช.สตม. พิจารณาแต่งตั้งชุดปฏิบัติการใหม่ให้เรียบร้อยโดยด่วน จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการโดยด่วน
ล่าสุด พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการโอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ โดยให้โอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี และการโอนย้ายครั้งนี้ให้มีผลหลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ปฎิเสธที่จะตอบคำถามกรณีครม.รับทราบการโยกย้ายดังกล่าว