- โฆษณา -

ยุคทมิฬ : หรือกลับไปอ่าน “กวีการเมือง” อีกครั้ง(6)

เส้นแบ่งความคิด12 มี.ค. 2568 • 16:02 น.
ยุคทมิฬ : หรือกลับไปอ่าน “กวีการเมือง” อีกครั้ง(6)

สถาพร ศรีสัจจัง

กล่าวโดยสรุป กวีนิพนธ์ขนาดยาวรวม 5 เรื่อง ของ “กวีการเมือง” ในหนังสือ “รวมบทกวี และ บทวิจารณ์ศิลปวรรณคดีของกวีการเมือง” ฉบับจัดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกโดย “แนวร่วมนักศึกษาเชียงใหม่” เมื่อปีพ.ศ.2517 ซึ่งได้แก่ 1) “โคลงสรรเสริญเกียรติกรุงเทพมหานคร” 2) “วิญญาณสยาม” 3) “คาวกลางคืน” 4) “เนื้อ นม ไข่” และ 5) “คำเตือนจากเพื่อนเก่า” นั้น นอกจากจะมีเนื้อหาหลักอยู่ที่การเปิดโปง ประณาม และวิพากษ์พฤติกรรมของจอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ โดยตรงแล้ว

- โฆษณา -

ยังมีส่วนของเนื้อหาที่สำคัญยิ่งอีกอย่างน้อย 2-3 ประเด็นที่ควรกล่าวถึง

สองสามประเด็นดังกล่าว “กวีการเมือง” หรือ “จิตร ภูมิศักดิ์” แสดงให้เห็นอย่างขัดเจนว่าเป็นผลมาจากระบอบการปกครองของสฤษดิ์  ธนะรัชต์ โดยตรงเช่นกัน

ในสองสามประเด็นดังกล่าว บทกวีของ “กวีการเมือง” ชี้ประเด็นให้เห็นว่านอกจากจะเกิดจากความเป็นเผด็จการของผู้นำคือจอมพลสฤษดิ์แล้ว ยังเป็นผลมาจากการเปิดประเทศแบบ “โล่งโจ้ง” ต้อนรับ “จักรพรรดินิยมอเมริกา” ในฐานะ “มหามิตร” ให้เข้ามาตั้งฐานทัพเพื่อทำสงครามเวียดนามอย่างเต็มรูป

รวมถึงการแสดงตัวเป็น “เมืองพึ่ง” (หรือเป็น “ลูกน้อง” นั่นแหละ!) อย่างชัดแจ้ง โดยการเชื้อเชิญ “ผู้เชี่ยวชาญ” จากประเทศนั้นให้เข้ามามีบทบาทโดยตรง ในฐานะ “ที่ปรึกษา” หลายๆด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ  การทหาร และโดยเฉพาะ “การต่อต้านคอมมิวนิสต์”!

ที่เป็นรูปธรรมยิ่งคือการเกิดขึ้นของสิ่งที่เรียกว่า “แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ระยะที่ 1” ที่ต้องการ “พัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย” (แบบสหรัฐอเมริกา)โดยเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2504(แผนนี้ยังไม่มีคำว่า “สังคม”)

เนื้อหาสองสามประเด็นที่ว่า อาจแยกเป็นหัวข้อรูปธรรมย่อยๆได้สักอีก 2-3 หัวข้อ

ได้แก่ ประเด็นการทำให้สังคมไทยเกิดความฟอนเฟะทางวัฒนธรรม ศีลธรรม-จริยธรรมตกต่ำ วัฒนธรรมที่ดีงามแต่เดิมถูกทำลาย วัฒนธรรมแบบตะวันตกมีอิทธิพลครอบคลุมสังคมไทย/ทหารหาญของชาติถูกทำลายเกียรติศักดิ์ศรี(เพราะต้องกลายเป็นเครื่องมือรับใช้เผด็จการ) และ สุดท้ายคือการเกิดสื่อมวลชน(หนังสือพิมพ์)ที่ไร้ศักดิ์ศรี เห็นแต่ผลประโยชน์ตัวเอง ไม่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของมวลชน

ประเด็น “ความเป็นเผด็จการของผู้นำ” (คือจอมพลสฤษดิ์) และ “ทหารหาญของชาติถูกทำลายเกียรติศักดิ์ศรี” นั้น มีเนื้อหาปรากฏชัดอยู่ใน 3 เรื่องหลัก คือ “โคลงสรรเสริญเกียรติกรุงเทพฯ”  “วิญญาณสยาม” และ “คำเตือนจากเพื่อนเก่า”

ประเด็น “ความฟอนเฟะทางวัฒนธรรม” ปรากฏชัดใน 2 เรื่องหลัก คือ “คาวกลางคืน” และ “เนื้อ นม ไข่”

ส่วนประเด็น “เกิดสื่อมวลชนเลวรับใช้เผด็จการ” (ยุคนั้นคือหนังสือพิมพ์) มีเนื้อหาชัดเจนอยู่ในเรื่อง “คำเตือนจากเพื่อนเก่า”

ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่าง “บทกวี” ที่โดดเด่นเป็นรูปธรรมของ “กวีการเมือง” ในประเด็นต่างๆที่ว่า เรียงๆกันไปตามความเหมาะควร เท่าที่พอจะมีพื้นที่ให้จัดแสดงกันสักหน่อย

เอาประเด็น “ผู้นำเผด็จการ” และ “เกียรติศักดิ์ศรีทหารไทย” ก่อน เช่น

“…หลายปีดีดัก/ในปลักเผด็จการ/มวลชนจนอาน/นับล้านครอบครัว/ไร้ที่ทำกิน/ไร้ดินของตัว/ไร้ที่ซุกหัว/อา…ดังยุคหิน!”

และ “…โกรธเอยโกรธง่าน/เผด็จการบ้าเลือดเดือดฉี่ฉี่/เหวยเหวยสันติบาลจัดการที/ไอ้พวกนี้คอมมิวนิสต์คิดล้างไทย…”

และ “…กรุงสยามยุคคลั่งเพ้อ  พัฒนา นี้ฤา/ทวยราษฎร์ปราศเงินตรา  ติดบ้าน/ทรราช เมื่อชีวา  วายวอด สิเออ/มรดกสามพันล้าน   หลากล้นพิศวง…”

หรือที่กล่าวถึง “ทหารหาญของชาติ” (ชั้นผู้น้อย) เช่น

“(กลอนเพลงฉ่อย)…โอ้ว่าแสนสงสาร/เพื่อนทหารของชาติ/ไม่ได้เห็นเลยสักบาท/อนิจจา/รักษาการหาญฮึก/รักษาศึกทรหด/ต้องเหนื่อยอ่อนนอนอด/อกอา/ยังถูกเสือกถูกไส/เป็นคนใช้อีหนู/โอ้นี่กูหนอกู/ทหารกล้า/เกียรติทหารของชาติ/ถูกประมาทชอกช้ำ/ศักดิ์ศรีก็จะต้องต่ำ/เอ่ยช้า/โอ้รักษาเอกราช/ยอมเป็นทาสนางบำเรอ/มารักษาอีเป๋อ/ของป๋า…”

เฉพาะบท “เพลงฉ่อย” ที่ “กวีการเมือง” ต้องการเขียนให้เห็นถึงการถูกทำลายเกียรติของทหารไทยชั้นผู้น้อย(โดยเฉพาะพลทหารรับใช้)นั้นคงต้องอธิบายถึง “ฉากหลัง” ของเรื่องราวสักเล็กน้อยเพื่อความเข้าใจ(สำหรับผู้ไม่เคยรู้ประวัติจอมพลสฤษดิ์)

กล่าวคือ หลังจอมพลสฤษดิ์ตาย ถูกเปิดโปงว่ามี “อนุภรรยา” เป็นจำนวนมาก และอนุภรรยาเหล่านั้นนอกจากจะได้รับ “สิทธิประโยชน์” จากการเป็น “อนุ” (หรือเมียเก็บ)เป็นเงินรับขวัญ รถเก๋ง และเงินประจำเดือนแล้ว ยังได้รับการจัดสรรให้มี “ทหารรับใช้” ประจำตัวด้วย!ทหารไทยที่เคยเรืองเกียรติในการรักษาชาติมาตลอดในยามนั้นในสายตาของ “กวีการเมือง” จึงกลายเป็น “…ทาสนางบำเรอ/มารักษาอีเป๋อ/ของป๋า…” ไปอย่างน่าเศร้า ด้วยฝีมือและอำนาจของผู้นำเผด็จการผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น!!!ฯ