ชนชั้นปกครองของสหรัฐอเมริกา ฆ่าคนไปเท่าไหร่แล้ว? (7)

สถาพร ศรีสัจจัง
“เมฆแดง” (Red Cloud) “พ่อวัวนั่ง” (Sitting Bull) และ “ไอ้ม้าคลั่ง” (Crazy Horse) คือชื่อ (ฉายา) ของชนเผ่า “อินเดียนแดง” (Red Indian) 3 คน ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่สำคัญยิ่งของกลุ่มคนพื้นเมืองเจ้าของ “ดินแดนแห่งบรรพบุรุษ” (Ancestral lands) คือดินแดนซึ่งเป็นที่ราบกว้างใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ที่ถูกรัฐอเมริกันรุกรานเพื่อยึดครองพื้นที่ให้พลเมืองของตนเข้าไปตั้งรกรากทำกิน โดยใช้ทั้งกลอุบายในการหลอกลวงและการปราบปรามทุกรูปแบบ
ทั้ง 3 คนคือใคร? ทำไมจึงต้องเอ่ยถึง 3 ชื่อนี้?
ที่ต้องเอ่ยถึงก็เพราะทั้ง 3 ชื่อเรียกนี้เป็น “นาม” ที่โดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อพิทักษ์มาตุภูมิ (อันแท้จริง) ของหมู่ชนพื้นเมืองอินเดียนแดง ในช่วงยามที่รัฐบาลของประเทศเกิดใหม่ในโลกที่ชื่อ “สหรัฐอเมริกา” (the United States of America) รุกรานดินแดนและขับไล่พวกเขาออกไปจาก ‘บ้านของตัวเอง’ อย่างโหดร้ายป่าเถื่อนจนเกินหาใดเปรียบ โดยนโยบายปัญญาอ่อนที่เรียกกันว่า “ชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว” (Manifest Destiny)
นั่นคือการอ้างว่า รัฐบาลอเมริกัน (ที่เพิ่งได้รับเอกราชจากอังกฤษ) มีภารกิจอันชอบธรรมที่ได้รับจากพระเจ้า (God) ในการนำความเจริญและความมีอารยธรรมไปสู่ดินแดนใหม่ของพวก “ป่าเถื่อน”! ซึ่งในช่วงแรกของการตั้งประเทศของพวกเขา “พวกป่าเถื่อน” หมายถึงชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ที่เป็นเจ้าของดินแดนเดิมทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิสซิสซิปปีที่รู้จักกันในชื่อว่า “อินเดียนแดง” และต่อมาโดยเฉพาะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คตินิยมนี้ก็ถูกใช้กับประเทศทั้งหลาย ทั้งในเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา!
“เรด คลาวด์” หรือ “เมฆแดง” เป็นอินเดียนแดงคนแรกๆ ที่เป็น “ผู้นำ” ผู้ปลุกจิตวิญญาณการลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องมาตุภูมิจากนโยบายรุกรานของรัฐบาลอเมริกันยุคต้นๆ จนเกิดสงครามที่เรียกกันต่อมาว่า “สงครามเมฆแดง” (Red Cloud’s War, ค.ศ. 1866–1868) เขาเป็นผู้นำเหล่านักรบของอินเดียนแดงเผ่า “Oglala Lakota” ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของอินเดียนเผ่า “Sioux”
เมื่อรัฐบาลอเมริกันมีนโยบายสร้างเส้นทางที่เรียกกันว่า “เส้นทางสายโบซแมน” (Bozeman Trail) ซึ่งต้องตัดผ่านแหล่งล่าสัตว์ที่สำคัญที่สุดแหล่งหนึ่งของชาวอินเดียนแดงหลายเผ่า เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางไปทำเหมืองทองคำที่รัฐมอนแทนา พร้อมกับการสร้างป้อมค่ายทหารขึ้นหลายแห่งตลอดเส้นทาง “เมฆแดง” ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ เขารู้ว่าการต่อสู้กับผู้รุกรานอเมริกันจะเกิดความสูญเสียมาก แต่เขาก็ปฏิเสธการเจรจา เพราะพบว่าทุกการเจรจา ตัวแทนทางการของรัฐบาลอเมริกันเต็มไปด้วยกลอุบายเพียงเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตน
ท้ายที่สุดเขาจึงรวบรวมกองกำลังนักรบจากหลายเผ่า เช่น เผ่าลาโกตา เผ่าเชเยนน์ และอาราพาโฮ เป็นต้น ขึ้นเป็นกลุ่มพันธมิตรเพื่อสู้รบกับผู้รุกราน เขาใช้ยุทธวิธีสงครามกองโจร (Guerrilla Warfare) ในการต่อสู้ เพราะชำนาญพื้นที่มากกว่า และรู้ว่าการรบในแบบจะไม่สามารถเอาชนะทหารอเมริกันที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีและมีอาวุธที่เหนือกว่าได้
เขาใช้รูปแบบสงครามกองโจรดังกล่าวนำกลุ่มนักรบพันธมิตรหลายเผ่าซุ่มโจมตีกองเกวียน ตัดเส้นทางส่งเสบียงอาหาร และปิดล้อมป้อมปราการทางทหารของอเมริกันอย่างต่อเนื่องอยู่ 2 ปี จนท้ายที่สุดกองกำลังทหารของกองทัพอเมริกันก็ยอมจำนน! นี่ยืนยันนับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของชาวอินเดียนแดงต่อผู้รุกราน!
มีการบันทึกไว้ว่าในสงครามครั้งนี้ กองกำลังฝ่ายรัฐบาลอเมริกันเสียชีวิตไปประมาณ 200 คน (ส่วนใหญ่เป็นทหาร มีบ้างที่เป็นพลเรือนและคนงานที่ตายจากการปะทะในการปิดล้อมป้อมค่ายต่างๆ) การสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของฝ่ายอเมริกันที่ถูกบันทึกไว้ก็คือ “การต่อสู้ของเฟตเตอร์แมน” (Fetterman Fight) ในปี ค.ศ. 1866 ซึ่งทหารอเมริกันภายใต้การนำของร้อยเอกวิลเลียม เจ. เฟตเตอร์แมน (Captain William Judd Fetterman) รวมทั้งสิ้น 81 นาย ตายเกลี้ยงในสนามรบภายในระยะเวลาการรบที่กินเวลาไม่นานนัก
ผู้นำกองกำลังของฝ่ายอินเดียนแดงในครั้งนี้ก็คือ “ไอ้ม้าคลั่ง” (Crazy Horse) นักรบหนุ่มผู้กล้าหาญและชาญฉลาดนั่นเอง!
ร้อยเอกวิลเลียม เจ. เฟตเตอร์แมน นั้น เล่ากันว่าเขาเป็นนายทหารผ่านศึกที่เจนสังเวียนรบจาก “สงครามกลางเมืองอเมริกา” (American Civil War) ในสงครามครั้งนั้นเขาเข้าร่วมกับกองทัพฝ่ายเหนือ (Union Army) รบมีความดีความชอบจนได้เลื่อนยศเป็น “นายพันโทอาสาสมัคร” ก่อนจะเข้ามาดำรงยศร้อยเอกในกองทัพประจำการ แล้วจึงนำกองกำลังทหารในบังคับบัญชาจากป้อม “ฟิล เคียร์นี” (Fort Phil Kearny) รวม 81 นาย สังเวยชีวิตในการรบ โดยการ “เสียโง่” ให้แก่ “เครซี ฮอส” นักรบหนุ่มห้าวจากอินเดียนแดงเผ่า “ลาโกตา ซิอุซ์” (Lakota Sioux) พันธมิตรคนสำคัญของ “เมฆแดง” (Red Cloud) ผู้นำในการลุกขึ้นสู้คนสำคัญของชาวอินเดียนแดง!!!!!