- โฆษณา -

โลกยุค “อภิเดรัจฉาน” (1)

เส้นแบ่งความคิด19 มี.ค. 2569 • 08:00 น.
โลกยุค “อภิเดรัจฉาน” (1)

สถาพร ศรีสัจจัง

ลองคลิกเข้าไปถาม ‘อากู๋’ ว่า “เดรัจฉาน” คืออะไร? เจ้า ‘AI’ โผล่หัวมาเสือกตอบก่อนใครอื่นว่า “…เดรัจฉาน ปกติใช้เพื่อเรียกสัตว์ทั่วไปที่ไม่ใช่ ‘มนุษย์’ (ผู้มีใจสูง คือมี ‘ศีลธรรม’) ความหมายตามรากศัพท์ หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไปในแนวขวางลำตัว นอกจากนี้ยังมักใช้เป็นคำด่า หรือเปรียบเปรยถึง ‘คน’ ที่มีพฤติกรรมต่ำช้า ไร้ศีลธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือไร้ความเมตตาปรานี”

- โฆษณา -

ส่วนคำ “อภิ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า “คำประกอบหน้าศัพท์ที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต มีความหมายว่า ยิ่ง วิเศษ เหนือ…

เดรัจฉาน มาจากรากศัพท์บาลีว่า “ติรจฺฉาน” (อ่านว่า‘ติ-รัด-ฉา-นะ’)

สองคำนี้เมื่อนำมาประกอบเข้ากันเกิดเป็นคำใหม่ว่า “อภิเดรัจฉาน”  จึงมีความหมาย (โดยอรรถ)ว่า “เดรัจฉานที่เหนือหรือยิ่งกว่าเดรัจฉานทั้งหลาย”

ความหมายตรงในบทความนี้ มุ่งให้หมายถึง “อภิเดรัจฉาน” ที่มีรูปลักษณ์เหมือน “คนทั่วๆไป” แต่เป็นกลุ่มคนที่มี ‘ศีลธรรม’ ทางจิตใจสามานย์ต่ำทราม “…ไร้ศีลธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือ ไร้ความเมตตาปรานี” อย่างที่เจ้า ‘เอไอ.’ ได้นิยามไว้ให้นั่นแหละ!

“ศีลธรรม” นั้น โดยทั่วไปถือกันว่าเป็น “วัฒนธรรม” เชิงปฏิบัติชั้นสูงสุดของ ‘มนุษย์’ (ผู้มีใจสูงกว่าสัตว์เดรัจฉานแล้ว) ที่ส่วนใหญ่มักปรากฏอยู่ในคำสอนของบรรดาศาสนาสำคัญๆทั้งหลายของโลกที่ตรงกัน

แกนกลางคำสอนของแทบทุกศาสนา มักมีจุดมุ่งหมายตรงกัน คือต้องการให้ “คน” หรือ“มนุษย์” (ที่พัฒนาต่อยอดมาจากพันธุกรรมชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ‘โฮโมเซเปียนส์’)

หลุดพ้นจากความ “ดิบเถื่อน” แบบสัตว์เดรัจฉานไปสู่ความมี “ศีลธรรม” เพื่อให้สามารถมีความสัมพันธ์และอยู่ร่วมสังคมกันอย่างสงบสุขสันติ

โดยเฉพาะเรื่องการไม่เบียดเบียน ข่มเหงรังแก หรือมุ่งทำร้ายทำลายชีวิตอื่น!

การเกิด “ศาสดา” ของศาสนาสำคัญๆของโลกนั้น อาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นในขอบเขตทั่วโลก ในแหล่งอารยธรรมสำคัญๆที่คนซึ่งพัฒนาจากเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “โอโมเซเปียนส์” ได้

ก่อตั้งสังคมขึ้น

โดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำ “เมโสโปเตเมีย” ที่เชื่อมโยงถึงระหว่างตะวันตก-ตะวันออกและ

อาฟริกา รวมถึงทางลุ่มน้ำสำคัญๆของทวีปเอเซีย อย่างลุ่มน้ำสินธุ-คงคาของอินเดีย ลุ่มน้ำฮวงโหและแยงซีเกียง ของจีน เป็นต้น

ศาสนาสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่ประมาณ 1,000-4,000 ปีก่อน (ตามหลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้ในยุคนี้)นับแต่ศาสนาฮินดู(อินเดีย)-ศาสนายูดาห์(ยิว)-ศาสนาโซโรแอสเตอร์

(เปอร์เซีย)-ลัทธิเต๋า(จีน)-ศาสนาพุทธ(ชมพูทวีป/อินเดีย)-ศาสนาเชน(อินเดีย)-ศาสนาคริสต์

(แถบมณฑลกาลิลีของโรมัน/แถบปาเลสไตน์และอิสราเอลปัจจุบัน)-ศาสนาอิสลาม(เมืองMecca/ประเทศซาอุดีอาระเบีย ปัจจุบัน)-ศาสนาซิกข์(Sikhism-อินเดีย) เป็นต้น

หลักคำสอนเรื่องการมุ่งให้มนุษย์ไม่ข่มเหงรังแก เบียดเบียน หรือทำลายชีวิตกันนั้น มีให้เห็น เช่น หลัก “อหิงสา” (Ahimsa) ของศาสนาฮินดู/หลัก “Lo tirsah” (โล ติรซาฮ์)ในภาษาฮีบรู ที่แปลว่า “ห้ามฆ่าคน” ซึ่งเป็นข้อที่ 6 ใน ‘บัญญัติ 10 ประการ’ (Ten Commandments)ที่พระเจ้าทรงประทานผ่านโมเสส ดังมีบันทึกอยู่ในคัมภีร์โทราห์

เฉพาะศาสนาพุทธที่เกิดในชมพูทวีปแต่มาสถิตเสถียรสถาพรตั้งมั่นเป็นมิ่งมงคลคุ้มครองชีวิตและสังคมในดินแดนสุวรรณภูมิ(โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็น ‘ประเทศไทย’ ปัจจุบัน)มาอย่างยาวนานนับพันๆปีนั้น เรื่อง “การฆ่าสิ่งมีชีวิต” ถือเป็น “ศีล” หรือ “ข้อห้าม” ที่ต้องปฏิบัติเป็นข้อแรกทีเดียว

นี่ยังไม่นับ “ธรรมะ” ข้ออื่นๆที่เป็นคำสอนเรื่อง “ต้องทำดีละชั่ว” หรือ “ห้ามเบียดเบียน”(ทั้งต่อชีวิตอื่นและชีวิตตัวเอง)อีกมากมายหลายอรรถกถานานับ

ศาสนา “โซโรแอสเตอร์”(‘Zoroastrianism’ หรือ “ลัทธิบูชาไฟ”)ที่เป็นศาสนารากฐานของดั้งเดิมเปอร์เซียในอดีตหรืออิหร่านปัจจุบัน ก็มีข้อห้าม “ทำสิ่งชั่วทั้งปวง” และมีข้อห้ามเรื่อง

“การทำลายล้าง การทำร้ายผู้บริสุทธิ์ การทำลายธรรมชาติ และการกระทำที่ส่งผลเสียต่อผู้อื่น”

ไว้อย่างชัดเจน

อย่าว่าแต่ศาสนาอิสลามเลย(ไม่แยกนิกาย) เพราะศาสนาอิสลามนั้นถือว่าเป็น

“ศาสนาแห่งสันติภาพ”

เพราะคำ “Islam” มีรากศัพท์มาจากคำว่า “Salam” ที่แปลว่า “สันติภาพ และหลัก

คำสอนสำคัญยิ่ง 2 ประการก็คือ พระคัมภีร์อัลกุรอานสอนให้มนุษย์สร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ ทั้งยังสอนว่า การใช้ความรุนแรงหรือสงคราม เป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อพิทักษ์ความยุติธรรมหรือเพื่อปกป้องตนเองเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการรุกราน!

หลักคำสอนที่สำคัญอีกหลักหนึ่งของอิสลามคือ ให้มีความเมตตาต่อมนุษยชาติ การให้อภัย และการเคารพความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ โดยเน้นที่การอยู่ร่วมอย่างสันติ! ฯลฯ

แล้วภาพปรากฏที่กำลังเกิดขึ้นในโลกวันนี้ ที่มนุษย์ผ่านการเป็น “ศาสนิก” ที่มีคำสอนทาง “ศีลธรรม” เรื่อง “การไม่ฆ่า” (หลัก ‘โล ติรซาฮ์’) ของศาสนายูดาห์ ซึ่งก็คือหลักการสำคัญเบื้องต้นที่เป็นต้นตอของศาสนาคริสต์(ที่พระเจ้าสอนให้ “รัก” เช่น “รักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง”/“รักและให้อภัยศัตรู” ฯลฯ) และศาสนาอิสลาม(ที่พระเจ้าทรงสอนให้รักสันติภาพและสมานฉันท์ สอนให้การใช้ความรุนแรงเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อพิทักษ์ความรุนแรงและะปกป้องตัวเอง ฯลฯ) มาตั้ง 4 พันปีมาแล้ว…ตอบคำถามอะไรแก่ “มนุษย์” ยุคนี้วันนี้บ้างเล่า?

หรือตอบคำถามว่านั่นไม่ใช่เรื่องของ “ศาสนิก” (ผู้นับถือศาสนา) และ ไม่ใช่เรื่องของ

“มนุษย์” (ผู้มีใจสูงเพราะมีศีลธรรม) แต่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาๆตามสันดานของบรรดา “อภิเดรัจฉาน” กลุ่มหนึ่งเท่านั้น!!!?

#เส้นแบ่งความคิด #อภิเดรัจฉาน #ศีลธรรม #สังคมโลก #บทความวิเคราะห์ #สถาพรศรีสัจจัง #ความรุนแรง #มนุษย์ยุคใหม่