- โฆษณา -

พลังแห่งระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ทศวรรษหน้า

มองผ่านข้อมูล9 ต.ค. 2568 • 06:00 น.
พลังแห่งระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ทศวรรษหน้า

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

- โฆษณา -

 

โลกวันนี้เทคโนโลยีและความรู้เกิดใหม่ เปลี่ยนแปลง และก้าวเดินอย่างรวดเร็ว บทบาทของงานที่มนุษย์ทำถูกตั้งคำถาม การศึกษาซึ่งเคยเป็นระบบที่นิ่ง มีเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้สอน–ผู้เรียน” และเวลาการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจง ก็ถูกท้าทายและ “ปั่นเขย่า” โดยแนวคิดที่ว่า การเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในกรอบเดิม แต่ควรหลอมรวมเข้ากับชีวิตของผู้คนในทุกช่วงเวลา แนวคิด Power of Next Learning Ecosystem ถูกหยิบขึ้นมาเป็นแนวทางสำคัญสำหรับ “ระบบนิเวศการเรียนรู้สู่ทศวรรษหน้า” ที่มุ่งให้การศึกษาเป็นสิ่งที่มีชีวิตชีวา มีพลัง และเติบโต

เมื่อพูดถึง “ระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem)” หมายถึง เครือข่ายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและทรัพยากรการเรียนรู้ที่ประกอบกันเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม สื่อ ชุมชน และพันธมิตรภายนอก แนวคิด “Next” บ่งบอกถึงระบบนิเวศยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สามารถปรับตัว ยืดหยุ่น และใช้ข้อมูล (data) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (personalized) “Power” ที่เติมเข้ามานั้น หมายถึงศักยภาพของระบบนิเวศที่เป็นเครื่องมือที่มีพลังขับเคลื่อนการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้า

ความสำคัญของแนวคิดนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในหลายบริบท อาทิ 1) การเรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong learning) เป็นสิ่งจำเป็นและไม่ใช่ทางเลือกต่อไป เพราะโลกของงาน ความรู้ และสังคมเปลี่ยนแปลงเร็ว การที่บุคคลใดก็ตามสามารถกลับมาเรียนรู้ใหม่ในทุกช่วงชีวิตได้จะเป็นสิ่งที่แยกแยะคนที่อยู่รอดกับคนที่ตกยุค

2) เทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI เป็นแรงขับสำคัญของนวัตกรรมการศึกษา ตลาด AI ในการศึกษา (AI in Education) คาดว่าจะเติบโตคิดเป็นมูลค่า 32.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 (อัตรา CAGR ≈ 31.2 %) ตัวเลขนี้เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า AI กำลังเข้าไปแทรกอยู่ในการเรียนการสอน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนทั่วโลกกว่าร้อยละ 86 ได้ใช้เครื่องมือ AI ในการเรียนหรือช่วยทำงานทางวิชาการ

3)  ระบบการศึกษาไทยยังมีความท้าทายในการปรับตัวให้ทันโลกใหม่ แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และมหาวิทยาลัยจำนวนที่มาก แต่ยังมีช่องว่างด้านทักษะและการบูรณาการกับตลาดงาน OECD เคยชี้ว่าแม้ประเทศไทยลงทุนในระบบการศึกษา แต่ผลตอบแทนกลับคืนยังไม่เต็มศักยภาพ และรัฐบาลไทยเองมีเป้าหมายผลิตกำลังคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่นตั้งเป้าภายใน 5 ปีผลิตบุคลากรในภาคไฮเทค (เช่น AI, semiconductor, ยานยนต์ไฟฟ้า) จำนวน 280,000 คน แนวคิดระบบนิเวศการเรียนรู้ยุคใหม่อาจกลายเป็นหัวใจของการสร้างคนให้ตรงศักยภาพและตอบโจทย์ความต้องการ

แนวคิด Power of Next Learning Ecosystem จะคงอยู่และรอดต้องอาศัยการลงมือทำ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบนิเวศ


การเรียนรู้ที่มีพลัง ต้องมี “วิถีขับเคลื่อน” ที่เป็นรูปธรรมและดำเนินการแบบไม่แยกส่วนเชื่อมโยงทั้งระบบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา เชื่อมโยง เสริมพลัง และประเมินผลย้อนกลับ

เริ่มต้นด้วยการ ออกแบบ ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า “มหาวิทยาลัยอยากได้ผู้เรียนแบบไหนในอนาคต” และวางกรอบโครงสร้างของระบบนิเวศที่จะรองรับเป้าหมายนั้น ต่อมาคือการ พัฒนา แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี สื่อที่ปรับได้ เช่น AI Chatbot ที่ช่วยตอบคำถามนักศึกษา Dashboard ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการเรียน หรือสื่อ Micro Learning ซึ่งผู้เรียนเข้าถึงและเข้าใช้ได้ทุกเวลาตามความต้องการ ขั้นตอนต่อมาคือ เชื่อมโยง เครือข่ายภายนอก เช่นนำภาคอุตสาหรกรรม ชุมชน โรงเรียน เข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทในกระบวนการเรียนรู้ ผ่านโครงการแก้โจทย์จริง (real-world project) หรือการฝึกงานเชิงประสบการณ์ เมื่อองค์ประกอบเชื่อมโยงแล้วต้อง เสริมพลัง (empower) ให้ผู้เรียน ครู และบุคลากรมีความรู้ความสามารถในการใช้ระบบอย่างเต็มที่ ผ่านการอบรมเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล วิธีการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และการวิเคราะห์ข้อมูล และที่สำคัญต้องประเมิน สะท้อน และปรับปรุง (reflect & evolve) โดยใช้ Learning Analytics มาปรับระบบให้ดีขึ้นเป็นวงจรต่อเนื่อง

การนำแนวคิด Power of Next Learning Ecosystem ไปใช้ มหาวิทยาลัยควรดำเนินการสร้างศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ (Learning Innovation Hub) ที่ทำหน้าที่กรองแนวคิดใหม่ ทดสอบ และกระจายการเรียนรู้ไปทั่วมหาวิทยาลัย รวมถึงการใช้ Dashboard วิเคราะห์พฤติกรรมนักศึกษา เช่น ตรวจเวลาการเข้าใช้งาน คะแนนการบ้าน ความถี่ในการสอบ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสม นอกจากนี้ การสร้างโครงการที่ให้ภาคีภายนอกเข้ามาร่วมออกโจทย์จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะในบริบทของจริง เมื่อมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศ ไม่ใช่โรงงานผลิตบัณฑิต เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดขับเคลื่อนร่วมกัน ระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่จะเป็นสิ่งที่มีชีวิตชีวา มีพลวัต และตอบสนองต่อบริบทใหม่ได้

 

 

แน่นอนว่า...โลกไม่เคยรอใคร และการศึกษาก็ไม่ได้มีเส้นชัยที่สิ้นสุด การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่ที่มีพลังวันนี้สู่โลกทศวรรษหน้า ก็คือการลงทุนให้กับอนาคตของ “ผู้เรียน” ที่ส่งต่อสู่อนาคตของสังคม ชุมชน ประเทศ และโลกเป็นลูปวนไป ท่านผู้อ่านคิดเห็นประการใดบ้างสะท้อนให้ฟังด้วยครับ...

 

#สุขุมเฉลยทรัพย์ #มหาวิทยาลัยสวนดุสิต #PowerOfNextLearningEcosystem #ระบบนิเวศการเรียนรู้ #การศึกษาไทย #AIinEducation #LifelongLearning #นวัตกรรมการศึกษา #การเรียนรู้ยุคใหม่ #EdTech