- โฆษณา -

การลอบสังหาร...กับการเมืองไทย 

มองโลก เหลียวไทย29 เม.ย. 2569 • 07:58 น.
การลอบสังหาร...กับการเมืองไทย 

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

- โฆษณา -

รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงระดับสูงของสหรัฐที่มีโดนัลด์ ทรัมป์ร่วมอยู่เมื่อไม่กี่วันก่อน นอกจากจะสร้างความตกอกตกใจให้กับผู้ที่ได้เห็นข่าวแล้วยังแสดงให้เห็นบทบาทของความรุนแรงทางการเมือง โดยเฉพาะการ “ลอบสังหาร” ซึ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้นำของประเทศแล้ว แน่อนว่าหนีไม่พ้นเหตุผลทางการเมือง เหตุการณ์นี้ได้ทำให้ผมหวนย้อนคิดถึงประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ก็มีเรื่องราวของการลอบสังหารผู้นำทำนองนี้เหมือนกัน วันนี้เลยจะมาชวนอ่านชวนคิดเรื่องนี้กันครับ

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย หากจะพูดถึงความพยายามในการ “กำจัด” ผู้นำคงหนีไม่พ้นต้องพูดถึงบุคคลที่ได้ฉายาว่า “จอมพลกระดูกเหล็ก” ผู้รอดตายจากการลอบสังหารถึง 3 “จอมพล ป. พิบูลสงคราม”

เรื่องนี้มีบันทึกไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม โดย พลตรี อนันต์ พิบูลสงคราม ผู้เป็นบุตรชาย ได้เล่าถึงการลอบสังหารจอมพล ป. คร่าวๆ ดังนี้

ครั้งแรกเมื่อ กุมภาพันธ์ 2477 ในขณะที่ยังเป็น พ.อ. หลวงพิบูลสงคราม วันนั้นหลวงพิบูลสงครามพร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ไปชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทหารเหล่าต่างๆ ณ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อจบการแข่งขันและพิธีมอบรางวัล หลวงพิบูลสงครามได้มุ่งหน้าไปยังรถที่จอดคอยรับอยู่ไม่ไกล ทันใดนั้นได้มีชายคนหนึ่งใช้ปืนพกจ่อยิงหลวงพิบูลสงครามถึงสองนัดติดๆกัน กระสุนนัดหนึ่งเข้าทางแก้มซ้ายด้านหน้าทะลุออกด้านหลังของต้นคอ อีกนัดหนึ่งเข้าทางด้านหน้าไหล่ขวาทะลุออกด้านหลัง แต่ปรากฏว่า กระสุนนัดแรกได้ผ่านจุดสำคัญไปได้อย่างปาฏิหารย์ ทำให้หลวงพิบูลสงครามรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด แม้จะต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 1 เดือน ถือเป็นครั้งแรกของการถูกลอบสังหารของจอมพลกระดูกเหล็ก

ครั้งต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2481 ณ บ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อ จอมพล ป. คราวนี้มาจากคนใกล้ตัว วันนั้นจอมพล ป. กำลังแต่งตัวเตรียมจะไปงานเลี้ยงส่ง พ.อ. หม่อม สนิทวงศ์เสนีย์ และภริยาไปเป็นทูตทหารประจำประเทศฝรั่งเศสที่กระทรวงกลาโหม ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นจากชั้นบนของบ้านในห้องของจอมพล ป. พร้อมเสียงร้องของจอมพลว่า “ตาลี ยิง” นายลีได้พยายามไล่ยิงจอมพล ป. อีกหลายครั้งจนกระทั่งร้อยเอก เผ่า ศรียานนท์ ร้อยตรีเปล่ง รุจะศิริ และพันจ่าตรี ทองดี เข้ามาช่วยกันแย่งปืนไปได้สำเร็จ ซึ่งนายลีก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เป็นคนขับรถและคนสวนในบ้านของจอมพล ป.นั่นเอง เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเค้าบอกว่า หลังจากเหตุการณ์นี้  จอมพล ป. และท่านผู้หญิงละเอียดได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงที่กระทรวงกลาโหมตามแผนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้คนที่อยู่ในงานไม่มีใครทราบถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเลยจนกระทั่งได้เห็นจากหน้าหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น

ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นหลังจากครั้งที่ 2 เพียง 1 เดือน คือเดือนธันวาคม พ.ศ. 2481

ขณะที่จอมพล ป. กำลังรับประทานอาหารกลางวันในบ้านพักในกรมทหารปืนใหญ่ บางซื่อ ร่วมกับท่านผู้หญิงละเอียดและนายทหารจำนวนหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวว่าน่าจะโดน “ยาพิษ” เข้าไป หลังจากปลอดภัยได้มีการตรวจสอบอาหารที่ทานเข้าไปพบว่า มียาพิษประเภท สารหนู ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นคนใกล้ตัวอีกนั่นเอง ทำให้ท่านผู้หญิงละเอียดต้องมีภาระในการทำอาหารด้วยตัวเองให้จอมพล ป. ตลอดมาหลังจากนั้น

เกร็ดเรื่องราวในอดีตที่เล่าให้ฟังนี้ เป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์การเมืองที่ได้รับการบันทึกไว้ ซึ่งทำให้เรารู้ว่า “การลอบสังหารผู้นำ” ไม่ได้มีแค่ในต่างประเทศ หากแต่เมืองพุทธอย่างประเทศไทยเองก็มีเช่นกัน

ในทางรัฐศาสตร์ การลอบสังหารไม่ใช่แค่อาชญากรรมธรรมดาๆ แต่เป็นการกระทำทางการเมืองที่อาจมีจุดประสงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจโดยตรง ด้วยวิธีการกำจัดตัวบุคคลที่มีความสำคัญทางการเมือง หรือมีอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อกลไกตามกติกา เช่น รัฐธรรมนูญ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ หรือไม่สามารถทำให้อำนาจเปลี่ยนผ่านได้ด้วยวิธีการในระบบ

“วิธีการนอกระบบ” จึงถูกเลือกใช้เพื่อเปลี่ยนเกม

การลอบสังหารจึงเป็นเสมือนหลักฐานของ ความแตกแยกของสังคม ความเปราะบางทางการเมือง รวมถึงทางตันในการแบ่งปันอำนาจ

เป็นเรื่องตลกร้าย ที่ในหลายประเทศ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทางเลือกที่ไม่นำไปสู่การลอบสังหาร กลับกลายเป็นการ “รัฐประหาร”

กรณีของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นเพียงหนึ่งในหลายกรณีที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถามว่าชี้ให้เห็นถึงอะไร ก็คงหนีไม่พ้นสามข้อที่กล่าวมาแล้วข้างต้น    

เล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเราๆท่านๆและผู้มีอำนาจ ในการแสวงหาหนทาง “ในระบบ” เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองให้ได้ และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ทั้ง “ลอบสังหาร” และ “รัฐประหาร”

เอวัง

#การเมืองไทย #ลอบสังหาร #จอมพลปพิบูลสงคราม #ประวัติศาสตร์การเมือง #รัฐประหาร #อำนาจการเมือง #วิกฤตการเมือง #รัฐศาสตร์ #บทเรียนการเมือง #ThaiPolitics #siamrathonline