กฎหมายฟ้องปิดปาก ต้องคู่กับจริยธรรมสื่อ

บทบรรณาธิการ2 ก.ย. 2569 • 11:23 น.
กฎหมายฟ้องปิดปาก ต้องคู่กับจริยธรรมสื่อ

ในสภาวการณ์ที่สังคมไทยกำลังให้ความสนใจต่อการจัดทำร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีเพื่อระงับการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน หรือ กฎหมาย Anti-SLAPP  ได้เกิดข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงขอบเขตการคุ้มครองและกรอบจริยธรรมของสื่อมวลชนและภาคประชาชน ทั้งนี้ ข้อห่วงใยเกี่ยวกับเสรีภาพที่ปราศจากขอบเขต การแพร่กระจายของข่าวปลอม  ตลอดจนการขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมาย

ประการแรก กฎหมาย Anti-SLAPP มีเป้าหมายหลักในการป้องกันไม่ให้อำนาจเงินหรืออำนาจรัฐถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการฟ้องร้องเพื่อข่มขู่ สร้างภาระทางคดี หรือปิดปากประชาชนและสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบประเด็นประโยชน์สาธารณะ

อย่างไรก็ดี กฎหมายมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอภิสิทธิ์ในการละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือยกเลิกความผิดฐานหมิ่นประมาท หากการนำเสนอข้อมูลนั้นเกิดขึ้นจากความเจตนาบิดเบือน ปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะเป็นข่าวปลอม กลไกการคุ้มครองตามกฎหมาย Anti-SLAPP จะไม่ครอบคลุม และฝ่ายผู้เสียหายยังคงมีสิทธิในการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ

ก่อนหน้านี้มีการออกคำแนะนำ โดยประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา เพื่อวางแนวทางให้ศาลใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ในการกลั่นกรองและยกฟ้องคดีที่มีเจตนาแกล้งฟ้องตั้งแต่อภิปรายชั้นไต่สวนฟ้อง ขณะที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายและแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เราเห็นว่า การตราและปรับปรุงกฎหมาย Anti-SLAPP ที่มีประสิทธิภาพ ต้องดำเนินไปบนหลักการถ่วงดุลระหว่างการคุ้มครองผู้สุจริตที่ติชมเพื่อประโยชน์สาธารณะ กับการรักษาบรรทัดฐานทางจริยธรรมวิชาชีพ เพื่อมิให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และเพื่อสร้างมาตรฐานกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็งในสังคม