36ปี สืบ นาคะเสถียร กับคำถามเมื่อไหร่ผืนป่าไทยจะหลุดพ้นวงจรอุบาทว์
“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่า เพราะพวกเขาส่งเสียงบอกเราไม่ได้”...
วาทกรรมของนักต่อสู้เพื่อผืนป่าและเรื่องราว สืบ นาคะเสถียร ยังคงถูกเล่าขานกันมาถึงปัจจุบัน
โศกนาฏกรรมผ่านไป 36 ปี สังคมไทยเราถอดบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะมีการตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของหลายฝ่ายมากขึ้น แต่ปัญหาคือโจทย์และภัยคุกคามเปลี่ยนรูปแบบไป ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำยังคงเหมือนเดิมอย่างน่าใจหาย
หัวใจสำคัญของปัญหานี้เริ่มต้นจากชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าระดับปฏิบัติการ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราว ได้รับค่าตอบแทนต่ำ และขาดสวัสดิการหรือความมั่นคงในชีวิต ทั้งที่พวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงสูงจากการเผชิญหน้ากับพรานล่าสัตว์ อาวุธสงคราม และภัยธรรมชาติในป่าลึก ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นคือเมื่อสังคมคาดหวังให้พวกเขาแลกชีวิตเพื่อปกป้องมรดกโลก แต่ระบบราชการกลับปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนแรงงานภายนอกที่พร้อมถูกทดแทนได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันผืนป่าอนุรักษ์ถูกบีบล้อมด้วยพื้นที่เกษตรกรรมและการขยายตัวของชุมชน เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า ความล้มเหลวในการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนและการเยียวยาที่ไม่ตรงจุด ปัญหาการถางป่าหรือการล่าสัตว์ยังคงอยู่ ในขณะที่ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ก้าวเข้ามาท้าทายอย่างสำคัญ รวมถึงสภาวะโลกร้อน กลายเป็นวิกฤตสุขภาวะสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน
ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มอิทธิพลและนายทุนยังคงใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย เปลี่ยนป่าอนุรักษ์ให้กลายเป็นพื้นที่ธุรกิจ
การรำลึกถึง สืบ นาคะเสถียร ในทุกวันที่ 1 กันยายน ปีนี้จึงอยากตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติจะหลุดพ้นจากผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เจตนารมณ์ในการปกป้องผืนป่าเกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย
#สืบนาคะเสถียร #36ปีสืบนาคะเสถียร #เซฟผู้พิทักษ์ป่า #ผืนป่าไทย #PM25