จับตา 14 กันยา “กกต.” ตายเดี่ยว !? “คดีฮั้วสว.” ส่อลากเกมยาว "ฝ่ายค้าน-แนวร่วม" เขย่าต่อ “ภาคสนาม”
หลายฝ่ายจับตาว่า วันชี้ชะตา “คดีฮั้วสว.” ที่ “7 เสือกกต.” กำหนดวันเอาไว้ 14 ก.ย.69นี้ มติจะออกมาอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าการพิจารณาสำนวนจากพยาน หลักฐานในคดีดังกล่าว จะส่งผลตามมาทันที ไม่ว่าจะออกมาทางใด ?

กว่าจะถึงวันที่ 14 ก.ย.ได้ปรากฎความเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น จากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน ผนึกกำลังกับไอลอว์ และสว.สำรอง เปิดพยาน หลักฐานกันเอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้กกต. ลงมติ ส่งฟ้อง “ผู้ถูกร้อง” ทั้ง 229 ราย ตามที่ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่26 มีมติเอาไว้
ล่าสุด ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา แนวร่วมของพรรคประชาชน และไอลอว์พากันไปจัดกิจกรรม จัดกิจกรรม “เล่นกีฬาหน้า กกต.”ทั้งการตีลูกแบดชิงแชมป์ กิจกรรมโยนบอลสีน้ำเงินลงกล่อง และ สกายรันนิ่ง วิ่งให้ครบ 2.29 ก.ม. เพื่อเรียกร้องให้ กกต.มีมติสั่งฟ้อง สว. และผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. รวม 229 ราย ไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง หลังจากที่จัดอีเว้นท์เขย่าเรื่องนี้กันแทบทุกสัปดาห์

ทั้งนี้ ขณะที่ฝั่ง “กดดัน” ให้กกต. มีมติส่งฟ้องทั้ง 229 รายที่อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง และอยู่เบื้องหลังการฮั้วเลือกสว. เมื่อปี 2567 จนเกิดเป็น สว.สีน้ำเงิน ยึดสภาสูง ในวันนี้ กลับน่าสนใจว่า ในฝั่งของพรรคภูมิใจไทย เองที่กลายเป็น “จำเลยสังคม” ก่อนถึงวันที่กกต.มีมติ กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันอย่างหนัก
เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฝ่ายค้าน ไม่ได้แค่จัดเวทีสัมมนาเพื่อเปิดพยานหลักฐานเท่านั้น แต่ยังเปิดเวทีเพื่อ “ดึง” นักวิชาการ นักกฎหมาย อดีตผู้พิพากษา เข้ามาร่วมให้ความเห็น ต่อการทำงานขององค์กรอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าคดีฮั้วสว. คือหัวข้อใหญ่ที่ขยายไปสู่คำถาม ต่อกกต.จะเลือกทางไหน จะตัดจบ ด้วยการมติ ไม่ส่งฟ้องใครเลย , ส่งฟ้องบางราย หรือ ส่งฟ้องศาลฎีกา “ทั้งหมด” !

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ การมีมติออกมาทางใดจะส่งผลกระทบต่อทั้ง กระดานการเมืองที่ย่อมพันไปถึง แกนนำพรรคภูมิใจไทย และสว.สีน้ำเงิน รวมถึงคนนอก และตัวกกต.เองโดยหลีกเลี่ยงได้ยาก อยู่ดี
เนื่องจากสถานการณ์การเมือง “ภาคสนาม” ผ่านการเคลื่อนไหวจากฝ่ายค้านและแนวร่วม พากันเรียกร้องไปยังกกต. ควบคู่ไปกับการเปิดหลักฐาน ที่พาดพิงไปถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย เท่ากับว่า “กระแสสังคม” นอกสภาฯ นั้นอาจพร้อมที่จะ “ลุกฮือ” ขึ้นมาได้ทันที หากมติของกกต.ในวันที่ 14 ก.ย.ออกมาแล้ว ไม่เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านและแนวร่วม เรียกร้องเอาไว้

ขณะเดียวกัน ทางด้าน พรรคภูมิใจไทยเอง โดยเฉพาะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมถึงแกนนำในพรรค ทั้งที่เป็นรัฐมนตรี มีชื่อถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการฮั้วเลือกสว. ย่อมอธิบายได้ว่า เรื่องของการเลือกสว.เมื่อปี 2567 ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยและรัฐบาล ที่เพิ่งมาทำหน้าที่ในปี 2569
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาว่า นอกเหนือไปจากการใช้ “ข้อกฎหมาย” ขึ้นมาต่อสู้กัน ของแต่ละฝ่าย ยังมีเรื่องของการฟ้องร้องทางอาญา จากคนในรัฐบาล จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณี “เอกสารลับ” คดีฮั้วสว. ในมือดีเอสไอ “หลุด” ออกมา รวมทั้งกรณี กกต.แจ้งความที่ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินคดีกับไอลอว์ กรณี เผยแพร่เอกสารความเห็นของ “ครรชิต เจริญอินทร์” รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง คดีฮั้วสว.
เท่ากับว่า หลังวันที่ 14 ก.ย. คลื่นลมทางการเมือง ไม่ได้สงบลง แต่อาจเพิ่งเริ่มไปสู่โหมดใหม่ที่ดุเดือดกว่าเดิม !!?