50 ปี มิตรภาพไทย–เวียดนาม: จากรากฐานประวัติศาสตร์สู่ทุนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

50 ปี มิตรภาพไทย–เวียดนาม: จากรากฐานประวัติศาสตร์สู่ทุนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.จิรานุช  โสภา โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "50 ปี มิตรภาพไทย–เวียดนาม: จากรากฐานประวัติศาสตร์สู่ทุนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเครือข่ายวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" ความว่า  วาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (พ.ศ. 25192569) สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากยุคสงครามเย็น สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ความสัมพันธ์อันยั่งยืนมิได้จำกัดอยู่เพียงระดับรัฐบาลหรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจมหภาค หากแต่วางรากฐานอยู่บนสายสัมพันธ์ระดับประชาชน (People-to-People Diplomacy) ที่ร้อยเรียงผ่านประวัติศาสตร์ ชุมชนดั้งเดิม และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรม              

มิติประวัติศาสตร์ : รากเหง้าความผูกพันและทุนทางวัฒนธรรม 

ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามมีพลวัตเชื่อมโยงกันมาหลายศตวรรษ ทั้งการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการตั้งถิ่นฐานของชาวเวียดนามในกรุงเทพมหานครตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กรณีชุมชนบ้านญวนสามเสน ชุมชนประวัติศาสตร์ในเขตดุสิต ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชาวเวียดนามที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชุมชนยังคงรักษามรดกทางสถาปัตยกรรม เช่น โบสถ์เซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ที่ผสานศิลปะตะวันตก และเวียดนามอย่างลงตัว ตลอดจนวิถีประเพณีและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ปรับตัวเข้ากับสังคมเมืองอย่างกลมกลืน 

มิติวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว: การยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยวรองและการทูตเชิงอาหาร 

การจัดการทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก โดยประยุกต์ใช้โมเดลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรอง (Secondary Attraction Model) จากงานวิจัยของจิรานุช โสภา (Sopha, 2009; 2026) ผ่านกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้

o  เส้นทางมรดกวัฒนธรรมเชื่อมโยง (Interconnected Heritage Cultural Routes): เชื่อมโยงชุมชนบ้านญวนเข้ากับแหล่งประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อสองภาษามาช่วยในการสื่อความหมาย

o  การทูตเชิงอาหาร (Gastronomy Diplomacy): การใช้อาหารพื้นถิ่นของบ้านญวนสามเสน ซึ่งสะท้อนการปรับเทคนิคการปรุงแบบเวียดนามเข้ากับวัตถุดิบไทย เป็นเครื่องมือ Soft Power ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และยกระดับสู่งานเทศกาลอาหารเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

มิติความร่วมมือทางการศึกษา: พลังขับเคลื่อนผ่านโมเดล Triple Helix

สถาบันอุดมศึกษาทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และชุมชน ภายใต้กรอบ Triple Helix Collaboration Model

· บทบาทสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในพื้นที่ เช่น โรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ และโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมมือกับชุมชนในการวิจัย ถอดสูตรและสร้างมาตรฐานอาหารดั้งเดิม ตลอดจนจัดฝึกอบรมทักษะการบริการและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

· เครือข่ายวิชาการข้ามพรมแดน สร้างเวทีแลกเปลี่ยนงานวิจัย การพัฒนาหลักสูตร และโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและเวียดนาม ทางวัฒนธรรมและการจัดการการท่องเที่ยว

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: มุ่งสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน

การยกระดับมิตรภาพไทย–เวียดนามให้เป็นรูปธรรมในวาระ 50 ปี มีแนวทางขับเคลื่อนเชิงนโยบาย 3 ประการ

ประกาศพื้นที่มรดกวัฒนธรรมสร้างสรรค์: กรุงเทพมหานครและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันผลักดันให้ชุมชนบ้านญวนสามเสนเป็น “พื้นที่มรดกวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของเมือง” (Creative Urban Heritage Zone) เพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์เชิงพื้นที่และพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก

ส่งเสริมห้องปฏิบัติการชุมชน (Community Living Labs): กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสรรงบประมาณสนับสนุนสถาบันการศึกษาในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่ชุมชนประวัติศาสตร์

บรรจุชุมชนประวัติศาสตร์ในกิจกรรมเฉลิมฉลองทางการทูต: เส้นทางวัฒนธรรมและกิจกรรมการทูตเชิงอาหาร เพื่อสะท้อนมิตรภาพที่แท้จริงในระดับประชาชน

อ้างอิง Sopha, C. (2009). Ban Khmer and Ban Yuan villages: A model for ethnic community for Tourism development as a secondary attraction in Bangkok (Doctoral dissertation). Silpakorn University. UNESCO. (2023). Culture and Creative Industries as Drivers for Sustainable Development in ASEAN. Bangkok: UNESCO Bangkok Office.