เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: จับตาต้นทุนปศุสัตว์! ข้าวโพด-กากถั่วเหลืองส่อเปลี่ยนทิศ ดันราคาสุกรขยับยืนแข็ง

เจาะลึกภาวะสินค้าเกษตรไทย: จับตาต้นทุนปศุสัตว์! ข้าวโพด-กากถั่วเหลืองส่อเปลี่ยนทิศ ดันราคาสุกรขยับยืนแข็ง

รายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไทยประจำสัปดาห์ (24 - 28 สิงหาคม 2569) สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางราคาปศุสัตว์อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะโครงสร้างราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้รับแรงกระทบจากทั้งปัจจัยตลาดโลกและกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งภาพรวมตลาดสัปดาห์นี้มีทั้งกลุ่มสินค้าที่ปรับตัวลดลง กลุ่มที่เริ่มฟื้นตัว และกลุ่มที่ยังคงทรงตัวต่อเนื่อง

ในฝั่งของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปรับตัวลดลงจากหาบละ 597 บาท มาอยู่ที่ 591 บาท ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าชิคาโก (CBOT) ที่สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 ย่อตัวลง 0.56% ปิดที่ 5.3350 ดอลลาร์/บุชเชล จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน แม้จะมีปัจจัยหนุนจากความกังวลเรื่องสภาพอากาศร้อนในเขต Corn Belt ของสหรัฐฯ ช่วยพยุงไม่ให้ราคาปรับลงลึก ซึ่งคาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศจะเริ่มนิ่งและทรงตัวในระยะสั้น

ตรงกันข้ามกับกากถั่วเหลืองนำเข้าที่แม้ราคานำเข้าจริงยังยืนอยู่ที่ 16.90 บาท/กิโลกรัม แต่เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวขึ้นตามตลาดโลก โดยสัญญาถั่วเหลือง CBOT ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน 2569 ขยับขึ้นปิดที่ 12.6800 ดอลลาร์/บุชเชล ปัจจัยหลักมาจากแรงซื้ออย่างต่อเนื่องของจีน ความกังวลเรื่องภัยแล้งในสหรัฐฯ ค่าระวางเรือที่ยังทรงตัวสูง รวมถึงแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มราคากากถั่วเหลืองนำเข้าในไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในระยะถัดไป สำหรับปลาป่น ราคารับซื้อในประเทศยังทรงตัวในทุกเกรด โดยปลาป่นเกรดกุ้งอยู่ที่ 63 บาท/กิโลกรัม และปลาป่นเบอร์ 1 (โปรตีนสูงกว่า 60%) อยู่ที่ 57.70 บาท/กิโลกรัม ท่ามกลางการจับตาประกาศโควตาจับปลาจากประเทศเปรูและการระบายสต็อกหน้าท่าเรือของจีน

ขณะที่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์หลักอย่างข้าว ภาพรวมราคาทรงตัวในระดับสูง โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ยืนราคาที่กระสอบละ 1,420 บาท ขณะที่ปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1,070 บาท/กระสอบ สอดคล้องกับราคาข้าวสารส่งออก (F.O.B.) ท่าเรือกรุงเทพฯ ที่ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 483 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และปลายข้าวปรับขึ้นเป็น 374 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สะท้อนถึงความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ยังคงมีเข้ามาเรื่อยๆ

ปิดท้ายด้วยกลุ่มปศุสัตว์และสัตว์อุจจาระ/ไข่ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของสัปดาห์ ตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยราคากลุ่มเกษตรกรรายย่อยขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 76-79 บาท/กิโลกรัม (ภาคตะวันออกและภาคใต้แตะระดับสูงสุดที่ 78-79 บาท/กิโลกรัม) ขณะที่ลูกสุกรขนาด 16 กิโลกรัม ยืนราคาที่ 2,100 บาท การขยับขึ้นครั้งนี้มีปัจจัยเร่งจากการที่โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้แนวโน้มราคาสุกรมีโอกาสยืนแข็งและทรงตัวยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลกินเจ ส่วนกลุ่มไก่เนื้อและไข่ไก่ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดี โดยไก่เนื้อมีชีวิตยืนราคาที่ 45.50 บาท/กิโลกรัม และไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยังคงราคาแนะนำจากเครือข่ายสหกรณ์ฯ ไว้ที่ฟองละ 4.00 บาท ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวต่อเนื่องในลักษณะนี้ไปอีกระยะหนึ่ง