กล้าธรรมงดออกเสียง กู้เงิน 4 แสนล้าน ! ตอกย้ำพรรคฝ่ายคอย ดับกระแสยุบรวมเพื่อไทย ?
ในการลงมติอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผลโหวตที่ปรากฏคือ เห็นชอบ 285 เสียง ไม่เห็นชอบ 141 เสียง และงดออกเสียง 52 เสียง
ตัวเลข 285 เสียง คือเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีเสถียรภาพที่มั่นคงและครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด รัฐบาลไม่ได้อยู่ในจุดเปราะบางที่ใครจะมาต่อรองเพื่อขู่ล้มกระดานได้ง่ายๆ
แต่ไฮไลต์ที่ต้องจับตา กลับไปอยู่ที่ตัวเลข "52 เสียง" ที่งดออกเสียง
1. ชำแหละการงดออกเสียง : เอกภาพที่ทรงพลัง ของกล้าธรรม
หากชำแหละรายละเอียด จะพบว่า 52 เสียงที่งดออกเสียงนั้น ประกอบด้วยประธานและรองประธานสภา 3 เสียง (ที่ต้องรักษาความเป็นกลาง) สส.พรรคไทยสร้างไทย 1 เสียง และก้อนใหญ่ที่สุดคือ สส.พรรคกล้าธรรมจำนวน 48 คน
การที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สามารถคุมเสียง สส. พรรคกล้าธรรมที่มาร่วมโหวต ให้ลงมติงดออกเสียงไปในทิศทางเดียวกันอย่างไม่มีแตกแถว ถือเป็นการประกาศศักดาถึง "วินัยเหล็ก" ที่ทรงพลัง
ในสภาที่เต็มไปด้วยการต่อรอง พรรคที่มีเอกภาพและสั่งการได้เบ็ดเสร็จ ย่อมมีมูลค่าทางการเมืองสูงกว่าพรรคใหญ่ที่เต็มไปด้วยมุ้งและรอยร้าว
2. ดับกระแส "ดีลลับยุบรวมเพื่อไทย"
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวสะพัดหนาหูว่า พรรคกล้าธรรมเตรียมจะยุบพรรคไปรวมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อเสริมหน้าตักให้ค่ายสีแดงมีกำลังพอไปคานอำนาจกับพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย
ทว่า การงดออกเสียงครั้งนี้เปรียบเสมือนการสาดน้ำเย็นดับกระแสข่าวลือนั้นลงไปอย่างมีนัยยะ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมคือ "ตัวแปรอิสระ" พวกเขาไม่จำเป็นต้องรีบควบรวมกับใคร เพราะด้วยขุมกำลังที่มีในปัจจุบัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนบนกระดานต้องหันมามอง ในฐานะพรรคตัวแปรที่มีราคา
3. ส่งสัญญาณ ยังมีใจให้ค่ายสีน้ำเงิน ?
แม้ในทางนิตินัย พรรคกล้าธรรมจะอยู่ในซีกฝ่ายค้าน แต่ในทางพฤตินัย การที่พวกเขาไม่ออกเสียง "ไม่เห็นชอบ" ร่วมกับพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการส่งข้อความถึงค่ายสีน้ำเงินว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ตั้งตัวเป็นปรปักษ์ และพร้อมเสมอสำหรับการเจรจา
ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยในเวลานี้ เป็นเพียงความร่วมมือเฉพาะกิจบนผลประโยชน์ที่ลงตัว หากวันใดวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือรอยร้าวที่ทำให้พรรคเพื่อไทย ต้องถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล "พรรคกล้าธรรม" ก็พร้อมจะเสียบเข้ามาเติมเต็มเสถียรภาพให้กับรัฐบาลอนุทิน
การงดออกเสียงอย่างเป็นระเบียบของพรรคกล้าธรรมในญัตติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการตอกย้ำ การเลือกเป็น “พรรคฝ่ายคอย” อย่างชัดเจน เพื่อรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม และพร้อมอุดทุกรอยรั่วแห่งอำนาจ ในยามที่พันธมิตรเดิมแตกหักกัน
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม