ส่องผลงาน 4 ปี ของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.

ส่องผลงาน 4 ปี ของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.

นับจากชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกรุงเทพฯ แม้ไม่ได้เน้นภาพเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่ทิศทางที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คือการมุ่งแก้ปัญหาแบบเจาะลึกถึงระดับ “เส้นเลือดฝอย” และต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ผลงานของ “ชัชชาติ” ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา 

1. Masterpiece: เขย่าระบบราชการด้วย Traffy Fondue 

ผลงานชิ้นโบแดงไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือการนำเทคโนโลยีมาเขย่าระบบราชการ โดย Traffy Fondue เปลี่ยนสถานะของชาว กทม. หลายล้านคน ให้กลายเป็นผู้ตรวจสอบและสั่งการทางอ้อม ลดขั้นตอนหนังสือราชการที่เชื่องช้า บีบให้ผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่ต้องแข่งขันกันแก้ปัญหาแบบเรียลไทม์ นี่คือการกระจายอำนาจและสร้างความโปร่งใสที่จับต้องได้จริง 

นอกจากนี้ ผลงานเชิงประจักษ์ในระดับเส้นเลือดฝอยยังครอบคลุมถึงนโยบายต่างๆ ได้แก่ 

นโยบายสวน 15 นาที : พลิกฟื้นพื้นที่รกร้างเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็ก ให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง 

การจัดการน้ำท่วม : ลอกท่อ ขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในซอยย่อย 

การจัดระเบียบเมืองและปากท้อง : สร้างสมดุลระหว่างทางเท้ากับหาบเร่แผงลอยผ่าน Hawker Center และริเริ่ม BKK Food Bank ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 

2. Crisis Management : บททดสอบภาวะผู้นำในสถานการณ์วิกฤต 

หากจะวัดศักยภาพผู้บริหาร ต้องดูตอนเกิดสถานการณ์วิกฤต ยกตัวอย่าง กรณีถนนยุบตัวที่ สน.สามเสน และเหตุอาคาร สตง. ถล่ม เป็นตัวอย่างที่สะท้อน "Crisis Management" ของ “ชัชชาติ” ได้อย่างชัดเจน 

จุดเด่นคือการลงพื้นที่บัญชาการทันที การตัดสินใจที่อิงข้อมูลเชิงวิศวกรรมมากกว่ากระแสสังคม และการสื่อสารตรงไปตรงมาเพื่อบริหารความคาดหวังของประชาชน 

แต่ในขณะเดียวกัน วิกฤตเหล่านี้ก็ฉายภาพข้อจำกัดที่ใหญ่กว่าตัวผู้ว่าฯ นั่นคือ กทม. มักตกเป็น "ผู้รับจบ" ในปัญหาที่เกิดจากโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานอื่น โดยขาดอำนาจเชิงรุกในการเข้าควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง

 3. วิเคราะห์สไตล์การทำงานของ “ชัชชาติ” ในภาพรวม 

จุดแข็ง : ภาวะผู้นำเชิงรุก การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และความสามารถในการประสานงานข้ามหน่วยงานโดยไม่สร้างศัตรูทางการเมือง 

ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง : หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า หรือการรับมือฝุ่น PM 2.5 แม้ใน “ช่วงหาเสียง” จะระบุถึงวิธีจัดการได้อย่างน่าสนใจ แต่ในความเป็นจริง ปัญหาเหล่านี้ใหญ่ที่เกินกว่าอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. ส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดทางกฎหมายและอำนาจที่ทับซ้อนกับรัฐบาลกลาง 

ระบบที่พึ่งพาตัวบุคคล : คำถามสำคัญคือ หากไม่มีภาพผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์สดลงพื้นที่ หรือวิ่งตรวจงาน แล้วกลไกของ กทม. จะยังคงตื่นตัวเช่นนี้หรือไม่ ระบบราชการเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ หรือเปลี่ยนแค่ตอนที่กล้องส่องไปถึง ?

 4 ปีของ “ชัชชาติ” คือ 4 ปีของการซ่อมแซมรากฐาน และแก้ปัญหาระดับเส้นเลือดฝอยให้กับเมืองหลวง ทว่าโจทย์ใหญ่สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้ากำลังรออยู่ ที่ต้องจับตาว่า การทำงานสไตล์ "ชัชชาติ" แข็งแกร่งพอที่จะรักษาสถานะและคะแนนนิยมเอาไว้ได้หรือไม่ ? 

หรือแท้จริงแล้ว ความต้องการของคนกรุงเทพฯ ในวันนี้ กำลังมองหาผู้ท้าชิงที่กล้าชนกับปัญหาเชิงโครงสร้างขนาดใหญ่ เพื่อปลดล็อกมหานครแห่งนี้ให้เติบโตไปสู่อีกระดับ… ได้อย่างแท้จริง

 

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

 

#ชัชชาติ #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ผู้ว่ากทม #กรุงเทพมหานคร #TraffyFondue #การเมืองท้องถิ่น #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #siamrathonline

ภาพประกอบสร้างโดยAI