ไฟลามทุ่ง จี้นับใหม่ “ทั่วประเทศ” กระทบฟอร์ม "รัฐบาลใหม่" ระวังเกมพลิก "มือดี" ยื่นยุบ "พรรคส้ม" !
แรงกดดันพุ่งไปที่ “กกต.” แทบไม่ต้องนัดหมาย เมื่อมีเสียงเรียกร้อง และเริ่มยกระดับไปสู่การตะโกนให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งสส. กันใหม่ ทั้งในหน่วยเลือกตั้ง ในเขต ในจังหวัดที่ประชาชน เชื่อว่ามีพิรุธ
โดยเฉพาะประเด็นที่ เขต 1 จ.ชลบุรี ต้องถือว่าดุเดือดมากที่สุด เมื่อมีมวลชนร้อยมารวมตัวกันที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี เพื่อมาเฝ้าหีบบัตร ตั้งแต่คืนของวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้มวลชนต่างเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่
เขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ “สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรฯ และเป็นสมัคร สส.เขตดังกล่าว ชนะคู่แข่งจากพรรคส้ม “วรท ศิริรักษ์” จากพรรคประชาชน
เหตุการณ์ที่ประชาชน ไม่เชื่อมั่น การทำงานของกกต.จังหวัดต่างๆ ไม่ได้มีเฉพาะที่เขต 1 จ.ชลบุรี เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นไฟลามทุ่ง เมื่อประชาชน ร้องเรียนขึ้นมาอีกหลายกรณี ในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังมีการ “ปั่นกระแส” กันในโลกโซเชียล ทั้งที่เป็นเรื่องจริง และเรื่องเท็จ ยิ่งทำให้เพิ่มแรงกดดัน ไปยังกกต.
ล่าสุด แกนนำในพรรคต่างๆที่ชนะเลือกตั้ง ต่างออกมาโชว์สปิริตว่า ยินดีให้ “นับคะแนนใหม่” เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีการทุจริต หรือ โกงการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสุชาติ เองและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม
อย่างไรก็ดี การรวมตัวของมวลชน ทั้งชาวบ้านและนักศึกษา ในท่ามกลางการจับตาของผู้คนในสังคม พบความเชื่อมโยง “บางราย” เคยเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้ม มิหนำซ้ำตลอดหลายวันที่มีการรวมตัวกดดันกกต. ในหลายจังหวัด ยังปรากฏว่ามีอดีตสส.ของพรรคประชาชน ลงไปในพื้นที่ เพื่อร่วมตรวจสอบ
ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้เกิดช่องโหว่ และสุ่มเสี่ยงที่จะถูก นำไปขยายผลในทางกฎหมาย ไปจนถึงการ “ลดทอนน้ำหนัก” เมื่อมีความพยายามเชื่อมโยง กลุ่มมวลชนทั้งในต่างและกทม. กับอดีตสส.ของพรรคประชาชน
ล่าสุดวันนี้ “สนธิญา สวัสดี” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบเอาผิดผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย โดยระบุว่าเห็นด้วยกับ กกต.กรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 ที่ให้ใช้เวลาถึง 2 วันในการตรวจสอบให้สะเด็ดน้ำจึงจะสามารถสรุปว่าจะมีการตรวจนับคะแนนใหม่หรือไม่ และเห็นด้วยกรณีหน่วยเลือกตั้งใดก็ตามที่มีปัญหาในขณะนี้และมีหลักฐานเพียงพอให้เปิดนับคะแนนใหม่เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจสอบด้วยเพื่อความโปร่งใส ขอให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะหากวันนี้การเลือกตั้งไม่สามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ ประเทศก็จะมีปัญหา
“ ไม่เชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เชื่อว่าคนไทยมีเหตุผลมากพอที่จะรับฟัง เท่าที่ทราบปัญหามีเพียง 18-20 หน่วยเลือกตั้งใน 10-18 จังหวัด แต่หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมีเกือบแสนหน่วยทั่วประเทศ ทั้งยังเชื่อว่าภายใน 60 วันนี้ กกต.จะสอยผู้ผ่านรับเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 30-50 คน"
แต่สิ่งที่สนธิญา ส่งเสียงเตือนไปยังอดีตสส.พรรคประชาชน ว่าอย่าเข้าไปสนับสนุนกับกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นอยู่ในขณะนี้เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการร้องยุบพรรคประชาชน ตามมา !!
การเคลื่อนไหวจากพี่น้องประชาชน ตลอดจนกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่สุจริตและโปร่งใส กดดันให้กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต แต่ขณะเดียวกันอาจมี “ภาพ” ของการเมืองซ้อนเข้ามา เมื่อประเด็นเรื่องการนับคะแนนใหม่ ย่อมนำไปสู่การมีส่วนได้ ส่วนเสีย การวัดผล แพ้-ชนะ ไปจนถึงการได้ “ที่นั่งสส.เพิ่ม” จากนั้นจะไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในช็อตต่อไป
ด้วยเหตุนี้ สำหรับแกนนำในปีกพรรคการเมืองที่รอจ่อคิวจะเป็นรัฐบาลผสม ต้องหาทางออกเรื่องนี้ให้จบได้เร็วและดีที่สุด แต่สำหรับการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนที่แฝงเข้ามา และอาศัยจังหวะกำลังวุ่นวาย เช่นนี้ ยังต้องติดตามว่า เมื่อเรื่องดังกล่าวยุติลงแล้วจะมี “มือดี” ไปร้องยุบพรรค ประชาชน ตามมาตามที่สนธิญา บอกเอาไว้หรือไม่