ไม่ปะทะ ไม่แตกหัก ! กลยุทธ์ "เพื่อไทย" กับโอกาสกลับสู่ศูนย์อำนาจ

ไม่ปะทะ ไม่แตกหัก ! กลยุทธ์ "เพื่อไทย" กับโอกาสกลับสู่ศูนย์อำนาจ

ในสมรภูมิการต่อสู้ ครั้งนี้ ต้องถือว่าหากเปรียบเดิมพันกันแล้วพรรคเพื่อไทย ซึ่งเต็มไปด้วย “ปัจจัย” ที่เป็นอุปสรรคอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งการขาด “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ออกมาบัญชาการ การเลือกตั้ง ด้วยตัวเองเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ ให้สมาชิกและพี่น้องคนเสื้อแดง เท่านั้น

แต่ยังน่าสนใจว่า  “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคที่ชู “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  ที่มาในภาพของนักวิชาการ  เน้นการนำเสนอนโยบาย มากกว่าการเปิดวิวาทะ สร้างศัตรู

จึงทำให้พรรคเพื่อไทย กลายเป็นพรรคที่ไม่อยู่ในสมการ ความขัดแย้ง เหมือนกับ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งต่างมี “เดิมพัน” เอาไว้สูงด้วยกันทั้งคู่

พรรคประชาชนต้องสู้เพื่อให้ “ชนะขาด” เพราะนี่คือโอกาส “เกือบ” สุดท้ายที่จะได้เข้าสู่อำนาจรัฐ เป็นรัฐบาล เสียที ไม่เช่นนั้น สถานการณ์อาจยิ่งย่ำแย่  หากยังไม่ได้เป็นรัฐบาล

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เอง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ต้องสู้เพื่อให้ได้กลับเข้าทำเนียบฯ เป็นรอบที่ 2 และการเลือกตั้งรอบนี้ ยังจะกลายเป็นโอกาสที่จะพรรคมีความพร้อมที่จะผลักดันให้ พรรคเติบโตขึ้นอีกเป็นเท่าตัว พาสชั้นขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ในรอบนั้น พรรคสีน้ำเงิน เป็นเพียง “พรรคร่วมรัฐบาล”

การลงสนามเลือกตั้งสำหรับพรรคเพื่อไทย ในปี 2569 มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน เนื่องจาก พรรควางแผนการเล่นโดยให้คนมุ่งที่ยศชนัน ปรับโทนความเป็น “ชินวัตร” ให้ลดลงไป  เพื่อลดแรงเสียดทาน  ทั้งจาก “ลุงทักษิณ”  

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังถูกคาดการณ์ว่า พิษคลิปเสียง การสนทนาระหว่าง “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ กับ “ฮุน เซน”  ผู้นำกัมพูชาตัวจริง จนทำให้แพทองธาร ต้องหลุดจากเก้าอี้นายกฯคนที่ 31 จะวนกลับมา “เขย่า” พรรคเพื่อไทยให้เกิดความเสียหาย

แต่ปรากฎว่าผิดคาด !!  เพราะพิษจากคลิปเสียง “อังเคิล” ที่เคยทำให้แพทองธาร บาดเจ็บมาแล้ว กลับทำอะไร ยศชนัน แทบไม่ได้สะเทือน

ยศชนัน ยังเดินหน้านำเสนอทั้งตัวตน และนโยบายไปพร้อมๆกับการปลุก “พี่น้องคนเสื้อแดง” ให้กลับมาโหวตเพื่อไทย จากเดิมที่หลายคนเคยประมาท พรรคเพื่อไทย ว่าจะกลายเป็น”พรรคต่ำร้อย” อาจต้องมาจับตากันใหม่ 

อย่างไรก็ดี แม้การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคเพื่อไทย  จะได้ตัวเลขสส.ลดน้อยลงไป แต่ “เกมใหญ่” ที่ยังมีให้พรรคเพื่อไทย ได้ลุ้น อยู่ที่เกมจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้งต่างหาก

การเป็นพรรคอันดับ 3 สำหรับพรรคเพื่อไทย คือการอยู่ในจุดที่ ได้เปรียบ และรอ “เทียบเชิญ” ไม่ว่าจะจากพรรคประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทย

การลงทุนทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย รอบนี้ น่าสนใจว่า ครอบครัวชินวัตร ไม่ได้รับแรงเสียดทาน จากฝั่งตรงข้าม เพราะอดีตนายกฯทักษิณ ยังอยู่ในเรือนจำ และแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ยังเป็น “หลานชาย” ที่อาจจะได้ใช้เวทีนี้แจ้งเกิดในทางการเมือง

ส่วนหลังจากนี้ เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จสรรพแล้ว  จะเป็นจังหวะเดียวกับที่ทักษิณ จะได้รับการพักโทษ ออกมาในเดือนพ.ค.นี้ ก็ต้องถือว่า พรรคเพื่อไทย นั้นเข้าวินทางการเมือง โดยที่เสียหายน้อยกว่าใครเช่นกัน