ไม่หยุดยิงเพื่ออธิปไตย: ท่าทีไทยในสมรภูมิการรับรู้โลก
ท่าทีของประเทศไทยในการไม่ตอบรับข้อเสนอหยุดยิงในปัจจุบัน ถูกขับเคลื่อนด้วยจุดยืนหลักในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ผ่านการสื่อสารของบุคคลสำคัญสองท่าน คือ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีระบุเหตุผลชัดเจนว่ายังไม่มีการหยุดยิงเนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยยืนยันถึงสถานะความเป็นมิตรที่ดีระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย แต่ก็มีความจำเป็นต้องแสดงจุดยืนตามความเป็นจริงของไทยออกไป ท่าทีนี้ถูกมองว่าไม่ได้แสดงความแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ แต่ยังคงความเคารพ ในขณะเดียวกันก็ยืนยันที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติบนพื้นฐานของสิทธิ์โดยชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและนักวิเคราะห์การเมืองต่างมองว่า ประเทศไทยอาจต้องเร่งจัดการในเรื่องการรับรู้ของประชาคมโลกและยืนยันอย่างชัดเจนว่า การใช้กำลังใด ๆ เป็นไปบนฐานของการป้องกันตนเอง โดยมีความจำเป็น ได้สัดส่วน และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญคือไทยต้องโยนภาระการพิสูจน์ (burden of proof) กลับไปยังฝ่ายกัมพูชา เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ในแง่ของเนื้อหาแล้ว ประเทศไทยไม่เสียเปรียบ แต่ในเรื่องของท่าทีการสื่อสารและการเจรจาออกสู่ประชาคมโลกอาจต้องมีความระมัดระวัง
สำหรับการพิจารณาเรื่องการหยุดยิงนั้น ประเทศไทยมีเงื่อนไขที่ชัดเจน คือ ทางกัมพูชาต้องหยุดพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์และการรุกล้ำอธิปไตยของไทยก่อน เพราะกัมพูชาเป็นผู้เริ่มก่อน หลังจากที่กัมพูชายุติการรุกล้ำแล้ว ไทยต้องเรียกร้องให้กัมพูชามีการชี้แจงอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นต่อประชาคมโลกเสียก่อน กระบวนการเจรจาจึงจะสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ หากยังมีการยิงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ก็ยังไม่สามารถนำไปสู่โต๊ะเจรจาได้ ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการหยุดยิงควรเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องดำเนินการระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยตรง ไทยได้รับบทเรียนมามากจากการทำข้อตกลงหยุดยิงในอดีต เพราะหลังทำข้อตกลงแล้ว กัมพูชากลับเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง
ท่าทีของสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียที่ยังคงเดิมตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และการที่มีการแถลงกำหนดเวลาหยุดยิงที่ชัดเจนภายหลังการพูดคุยกับไทยและกัมพูชา อาจเป็นไปโดยไม่ได้ผ่านการปรึกษาหารือกับประเทศไทย และข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจนในแถลงการณ์ของผู้นำกัมพูชาด้วยเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าการกำหนดรายละเอียดเหล่านั้นเป็นเพียงความคาดหวังของสหรัฐฯ และมาเลเซียเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผู้นำบางประเทศ (สหรัฐฯ และมาเลเซีย) อาจค่อนข้างเชื่อในข้อมูลจากฝั่งกัมพูชา สิ่งที่ประเทศไทยอาจต้องเร่งดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนนี้ คือการโต้กลับด้วยหลักฐานที่เป็นภาพถ่าย คลิป และวิดีโอต่าง ๆ บนเวทีนานาชาติ โดยส่งรายการหลักฐานที่ชัดเจนเหล่านี้ไปยังชาติที่พยายามเข้ามามีบทบาทในการไกล่เกลี่ย เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามหลักฐานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวถึงการใช้ดาวเทียมหรือคณะกรรมการภารกิจค้นหาข้อเท็จจริง (Fact-Finding Mission) ในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยอาจต้องดำเนินการต่อไป