เลือกตั้งครั้งใหม่ “กลุ่มบ้านใหญ่” กลับมาผงาด ?
การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในปี 2569 ไม่ใช่เพียงการหย่อนบัตรเลือกตั้งใหม่เท่านั้น แต่คือบททดสอบครั้งสำคัญของ "ภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย" หลังเหตุการณ์พลิกขั้วที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง
ในปี 2566 เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตะลึง ชัยชนะของกระแสเสรีนิยม 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่เน้นอุดมการณ์กวาดที่นั่งรวมกันเกือบ 300 เสียง โดยเฉพาะ "พรรคก้าวไกล" (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ที่ได้อันดับ 1 ด้วยจำนวน สส. 151 คน ชัยชนะนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า "กระแส" และความปรารถนาในการเปลี่ยนแปลงสามารถเอาชนะ "บ้านใหญ่" และอิทธิพลท้องถิ่นได้จริง… แต่ทว่าไม่นาน ทุกอย่างกลับตาลปัตร
1. การเมืองแห่งความผิดหวัง
การพลิกขั้วของเพื่อไทย จากพรรคแนวทางเสรีนิยม สู่ "อนุรักษ์นิยมใหม่" (Neo Conservative) การตัดสินใจจับมือกับขั้วตรงข้ามในการจัดตั้งรัฐบาล ได้สั่นคลอนความศรัทธาของผู้ที่เลือกพรรคเพื่อไทยเพราะต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
ผลลัพธ์ต่อเพื่อไทย: แม้จะเปลี่ยนขั้ว แต่พรรคเพื่อไทยกลับยังคงเป็น "สิ่งแปลกปลอม" ในสายตาของกลุ่มอนุรักษ์นิยมดั้งเดิม ความไม่ไว้วางใจที่สั่งสมมาตั้งแต่ปี 2549 ยังคงเป็นกำแพงขวางกั้น ทำให้พรรคยืนอยู่บนพื้นที่ทางการเมืองที่เปราะบาง
ผลลัพธ์ต่อประชาชน: ประชาชนผู้โหวตให้พรรคเสรีนิยมจำนวนมากเกิดภาวะ "วิกฤตศรัทธา" ในเมื่อพวกเขาแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนผ่านการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ความผิดหวังนี้ได้ก่อให้เกิด "ความเหนื่อยหน่ายทางการเมือง" และสร้างช่องว่างขนาดใหญ่ให้กับการเลือกตั้งครั้งต่อไป
2. พรรคประชาชน: บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกับดัก
พรรคประชาชน (อดีตก้าวไกล) ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน ก็กำลังเผชิญกับเงื่อนไขที่ท้าทายอย่างยิ่ง
(1) การเดินเกมที่สุ่มเสี่ยง: การตัดสินใจโหวตให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ ภายใต้เงื่อนไขยุบสภาใน 4 เดือน และการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ถูกตั้งคำถามตามมาว่า เป็นการแลกที่คุ้มค่า หรือได้คุ้มเสียหรือไม่ ? บทบาทฝ่ายค้านจึงอยู่ในภาวะ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก"
(2) ความเสี่ยงด้านกฎหมาย : ความเสี่ยงสูงสุดคือกรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 44 สส. ที่ร่วมลงชื่อแก้ ม.112 ในเดือนธันวาคมที่กำลังจะถึงนี้ หากแกนนำต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ พรรคก็จะสูญเสียบุคลากรสำคัญและอ่อนแอลงอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งหน้า
(3) กระแสเสื่อมถอย: เมื่อแคนดิเดตอันดับ 1 ไม่ได้มีพลังดึงดูดเทียบเท่าอดีตผู้นำ ประกอบกับกระแสเสรีนิยมโดยรวมที่เริ่มแผ่วลงหลังความผิดหวังทางการเมือง ชัยชนะจาก "กระแส" แบบถล่มทลายเช่นปี 2566 จึงเป็นไปได้ยากมาก
3. นาทีทองของกลุ่มบ้านใหญ่
จากภาวะสุญญากาศทางอุดมการณ์และความเหนื่อยหน่ายของประชาชนนี่เอง คือ "นาทีทอง" ของพรรคที่มีรากฐานและเครือข่ายท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง
ปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำถึงการผงาดของกลุ่มบ้านใหญ่ คือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ "พรรคภูมิใจไทย" ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แกนนำพรรคบริหารความเสี่ยงเป็น ไม่พึ่งพากระแส ไม่ยึดติดกับอุดมการณ์ แต่เน้นการทำงานในพื้นที่ การสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ และวางตำแหน่งพรรคเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งทุกรัฐบาล เมื่อเกิดวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง ภูมิใจไทยก็ยังสามารถรักษาเสถียรภาพและเพิ่มอำนาจต่อรองได้อย่างน่าทึ่ง
เมื่อการเมืองเชิงอุดมการณ์ล้มเหลวในการนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงอาจหันกลับไปเลือก "ความแน่นอน" และ "ผลประโยชน์ในท้องถิ่น" ที่กลุ่มบ้านใหญ่สามารถจัดสรรได้ การเมืองแบบ "ตัวบุคคล" และ "เครือข่ายอุปถัมภ์" ซึ่งมีรากฐานที่มั่นคงในพื้นที่ จึงอาจกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง
ตั้งข้อสังเกต: ในเมื่อพรรคฝ่ายเสรีนิยม 2 พรรคใหญ่ ได้คะแนนรวมกันถึง 300 เสียง แต่กลับไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ การลงคะแนนด้วย "อุดมการณ์" จึงถูกมองว่าไม่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ และนั่นคือเหตุผลที่พลังของ "กระแส" จะลดลงอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้การเมืองท้องถิ่น กลับมาเป็นผู้ตัดสินเกมอีกครั้ง
3. เลือกตั้งครั้งใหม่ กลุ่มบ้านใหญ่ กลับมาผงาด ?
การเลือกตั้งครั้งใหม่จะแตกต่างจากปี 2566 อย่างสิ้นเชิง มันจะไม่ใช่การเลือกตั้งที่ขับเคลื่อนด้วย "กระแสเสรีนิยม" อีกต่อไป แต่เป็นการเลือกตั้งที่ "กลับไปสู่การเมืองแบบเดิม" ที่เน้นการบริหารจัดการฐานเสียงท้องถิ่น (กลุ่มบ้านใหญ่) และการต่อสู้ในระดับพื้นที่/ตัวบุคคล
ชัยชนะอาจไม่ได้ตกอยู่กับพรรคเดียวแบบถล่มทลาย แต่จะกระจายไปยังพรรคที่มีโครงสร้างท้องถิ่นแข็งแกร่ง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในผู้ได้เปรียบสูงสุด การเมืองไทยจึงมีโอกาสสูงที่จะเดินกลับไปสู่จุดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามวงจรแห่งอำนาจและผลประโยชน์ที่ฝังรากลึก
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#เลือกตั้ง2569 #บ้านใหญ่ #การเมืองไทย #พรรคภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #เพื่อไทย #วิเคราะห์การเมือง #กระแสการเมือง #เลือกตั้งใหม่ #เกมการเมือง