แคนดิเดตนายกฯ ไพ่ใบสุดท้าย และการส่งสัญญาณสู้หรือถอยของ “เพื่อไทย” ?
ท่ามกลางพายุทางการเมืองที่โหมกระหน่ำใส่ “พรรคเพื่อไทย” ทั้งวิกฤตศรัทธา คดีความของผู้นำจิตวิญญาณ และภาระภาษีมหาศาล พรรคกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นที่สุด นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคขึ้นมา
คู่แข่งอย่าง “ภูมิใจไทย” จัดทัพแบบ "Full Option" (การเมือง+เทคโนแครต+ธุรกิจ) เปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบทั้ง 3 คน นอกจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็มี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เรียกกระแสชิงพื้นที่สื่อ สร้างความฮือฮาไปไม่น้อย
ขณะที่ “พรรคประชาชน” ครองตลาดความคิดคนรุ่นใหม่ หากเพื่อไทยยังส่งแคนดิเดตนายกฯ แบบ "ประคองตัว" ลงสนาม ผลลัพธ์ก็คือ ความพ่ายแพ้ย่อยยับอย่างแน่นอน
ดังนั้น แคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ จึงไม่ใช่แค่ "ตัวแทนพรรค" แต่ต้องทำหน้าที่เป็น "The Game Changer" หรือผู้พลิกกระดาน ที่จะต้องช่วยทำให้ภาพลักษณ์และสถานการณ์ของเพื่อไทยดีขึ้น ด้วยภารกิจดังต่อไปนี้
1. "ห้ามเลือด" : รั้งบ้านใหญ่ไม่ให้ย้ายค่าย
นี่คือความสำคัญเร่งด่วนที่สุด สส. เขต และกลุ่มบ้านใหญ่ เป็นกลุ่มที่จมูกไวต่อกลิ่นของอำนาจ เมื่อ "นายใหญ่" เพลี่ยงพล้ำ และ "นายน้อย" หลุดจากตำแหน่ง หากไม่มีแคนดิเดตนายกฯ ที่ดู "มีบารมีพอ" และ "มีโอกาสชนะ" มาค้ำยันไว้ สส. เกรด A จะไหลไปสู่พรรคภูมิใจไทยที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรทันที
ความสำคัญของภารกิจนี้ : ต้องเป็นคนที่กลุ่มบ้านใหญ่เกรงใจ หรือเชื่อมั่นว่า "ขายได้" ในพื้นที่ ถ้าแคนดิเดตนายกฯ ดูไม่มีพลังดึงดูดมากพอ สส. อีกหลายคนจะทิ้งพรรคทันที เพราะไม่มีใครอยากลงเลือกตั้งในนามพรรคที่กระแสตก
2. ภารกิจ "ส่งสัญญาณสู้ตาย"
โจทย์สำคัญที่สุดในข้อนี้ ไม่ใช่การหนีจากภาพลักษณ์ครอบครัว แต่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ว่า “ทักษิณ ชินวัตร” จะกล้าเทหมดหน้าตักหรือไม่ เพราะสำหรับแฟนคลับพันธุ์แท้ "ยี่ห้อชินวัตร" ยังขายได้อยู่ เห็นได้จากการโยนหินถามทางปล่อยชื่อของ "ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์" (ลูกเขย) หรือ "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" (หลาน) ซึ่งกระแสตอบรับออกมาค่อนข้างดี
ความสำคัญของภารกิจนี้ : การเลือก “คนในตระกูล” มาเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ คือการส่งสัญญาณทางการเมืองว่า "ทักษิณยังไม่ยอมแพ้" และพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด แม้รู้ว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเล่นอย่างหนักหน่วงก็ตามที
จุดชี้วัด: หากหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ เป็น "คนในตระกูล" พรรคจะกลับมาฮึกเหิม แฟนคลับจะมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกลอยแพ แต่หากแคนดิเดตนายกฯ ทั้งหมดเป็น "คนนอก" หรือนอมินีทั่วไป นั่นอาจถูกตีความว่า เป็นการส่งสัญญาณ "หาทางลง" ของตระกูลชินวัตร ซึ่งจะทำให้มนต์ขลังของพรรคเสื่อมสลายทันที
3. ภารกิจ "สร้างความหวังใหม่"
พรรคเพื่อไทยเคยชนะถล่มทลายเพราะขาย "อนาคต" (30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน) แต่ปัจจุบันพรรคได้สูญเสียเครดิตด้านนี้ไป อันเนื่องมาจากการผลงานไม่เข้าเป้าในรัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลแพทองธาร
ความสำคัญของภารกิจนี้: หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ ต้องไม่ใช่แค่นักบริหาร แต่ต้องมีภาพลักษณ์ "ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์” ที่มาพร้อมกับ "โรดแมปประเทศไทย" ฉบับใหม่ ที่น่าตื่นเต้นจนกลบข่าวคดีความได้ ต้องทำให้คนรู้สึกว่า ถ้าเลือกคนนี้ ประเทศชาติจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
สรุป: คุณสมบัติของ "ไพ่ใบสุดท้าย"
เพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์ย่ำแย่นี้ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ต้องเป็นระดับ "ปรากฏการณ์" ไม่ใช่แค่ตัวเลือก
มีบารมี: ต้องสูงพอที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลและ สส. ในพรรคให้การยอมรับ
มีความกล้า: ต้องเป็นตัวแทนของ "การต่อสู้" ที่ชัดเจนที่สุด (หากพรรคยังมีแพชชั่นชนะเลือกตั้ง)
ความสด: ต้องเป็นชื่อที่สังคมคาดไม่ถึง เพื่อดึงพื้นที่สื่อกลับมาจากภูมิใจไทย
หากเพื่อไทยไม่สามารถหา "ไพ่ใบนี้" เจอ ก็อาจตีความได้ว่า พรรคไม่ได้คาดหวังอะไรนักในการเลือกตั้งครั้งใหม่ รวมถึงอาจเป็นการส่งสัญญาณ “หาทางลงทางการเมือง” ให้กับ “ทักษิณ” และ “ตระกูลชินวัตร”
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#เพื่อไทย #แคนดิเดตนายกฯ #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #เลือกตั้งไทย #ทักษิณ #ชินวัตร #ภูมิใจไทย #ข่าวการเมือง #การเมืองวันนี้