การรถไฟฯ ลงนามว่าจ้าง “อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง” ผู้ว่าการรถไฟฯ คนที่ 21 มุ่งฟื้นฟูกิจการ-ยกระดับบริการ ขับเคลื่อนระบบรางไทยสู่อนาคต
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดพิธีลงนามสัญญาว่าจ้างผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ประธานกรรมการรถไฟฯ เป็นผู้ลงนามในสัญญาว่าจ้างนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนที่ 21 อย่างเป็นทางการ ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โอกาสนี้ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ประธานกรรมการรถไฟฯ กล่าวแสดงความยินดี พร้อมมอบนโยบายการบริหารงาน โดยเน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบรางของประเทศ การยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนการบริหารจัดการองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยจะนำเอาองค์ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนความเข้าใจในบริบทและโครงสร้างขององค์กรในทุกมิติ ที่ได้สั่งสมมาตลอดระยะเวลาการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทันท่วงที รวมทั้ง ผลักดันนโยบายตามที่กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายในการพัฒนาให้การรถไฟฯ เป็นองค์กรขนส่งทางรางที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
สำหรับทิศทางและแนวทางการฟื้นฟูกิจการหลังจากนี้ จะมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการบริการในทุกมิติ โดยเร่งปรับกรอบอัตรากำลังและเสริมบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดภาระค่าใช้จ่ายล่วงเวลาลงอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการเร่งรัดจัดหาและปรับปรุงรถจักร ล้อเลื่อน และตู้โดยสารใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการเปิดใช้งานรถไฟทางคู่และเส้นทางสายใหม่
นอกจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต ผ่านการบูรณาการโครงข่ายรถไฟทางคู่และสายใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมมุ่งพัฒนารูปแบบการบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมเดินรถในรูปแบบ Platform Provider ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมการรถไฟฯ สู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพสูงของภูมิภาค
ส่วนด้านบริหารจัดการทรัพย์สินของการรถไฟฯ จะดำเนินงานผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRT ASSET) ในการนำที่ดินที่มีอยู่ มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างรายได้ขับเคลื่อนองค์กรต่อไป
"ภายใต้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 การรถไฟฯ มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะก้าวไปสู่บทบาทผู้บริหารโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการ และเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงข่ายทางรางและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐในระยะยาว ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบราง" นายอนันต์ฯ กล่าวเพิ่มเติม
ปัจจุบัน การรถไฟฯ มีจุดเด่นสำคัญด้วยเส้นทางที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 47 จังหวัดทั่วประเทศเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากเมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน ซึ่งด้วยองค์ความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การรถไฟฯ จะสามารถวางรากฐานการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบรางไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป