เปิดสมัครผู้ป่วยวิจัย2ประเภทใช้”น้ำมันกัญชา”อภ.ล็อตแรก

กทม.17 มิ.ย. 2562 • 01:45 น.
เปิดสมัครผู้ป่วยวิจัย2ประเภทใช้”น้ำมันกัญชา”อภ.ล็อตแรก
2.5 พันขวด กลุ่มวิจัยโครงการรักษาด้วยช่องทางพิเศษ อาทิ ผู้ป่วยรับคีโม ลมชักรักษายาก-ดื้อยา และการศึกษาวิจัยเชิงลึก เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ มะเร็ง สมัครได้ที่กรมการแพทย์ ซึ่งยังไม่สรุปจะต้องมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ อภ.เผยต้นปีหน้าเริ่มปลูก-ผลิตกึ่งอุตสาหกรรม เพิ่มอีก 8 เท่า หรือ 8 หมื่นขวด/ปี นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า สารสกัดน้ำมันกัญชามาตรฐานเกรดทางการแพทย์หรือเมดิคัลเกรดของ อภ. ที่จะสกัดได้ในเดือนก.ค.62 จำนวน 2,500 ขวด ในระยะแรก ผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงการรักษาโดยผ่านโครงการศึกษาวิจัย 2 ประเภท ที่ร่วมกับกรมการแพทย์ คือ 1 .การวิจัยตามโครงการรักษาด้วยช่องทางพิเศษ (Special Access Scheme) หรือ SAS จะรักษาผู้ป่วยและเก็บข้อมูลวิจัยควบคู่กันไป ในกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาได้ประโยชน์ในการรักษาโดยมีข้อมูลวิชาการที่สนับสนุนชัดเจน ได้แก่ ผู้ป่วยภาวะคลื่นไส้อาเจียน ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากในเด็ก-โรคลมชักที่ดื้อยา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาทที่ใช้วิธีรักษาอื่นแล้วไม่ได้ผล 2.การศึกษาวิจัยเชิงลึก ที่ต้องวิจัยทั้งห้องปฏิบัติการ วิจัยทางพรีคลินิก และวิจัยทางคลินิก กับผู้ป่วยกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาน่าจะได้ประโยชน์ในการควบคุมอาการ แต่ต้องมีข้อมูลวิชาการเพิ่มประเด็นความปลอดภัยและประสิทธิผล อาทิ โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรควิตกกังวล ผู้ป่วยที่ต้องดูแลแบบประคับประคอง ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย รวมทั้งกลุ่มโรคที่สารสกัดกัญชาอาจมีประโยชน์ เช่น มะเร็งชนิดต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยสามารถสมัครเข้าโครงการวิจัยทั้ง 2 ประเภทนี้ ได้ที่กรมการแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาว่าผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า อภ. จะเก็บเกี่ยวดอกกัญชาตัวเมียและสกัดเป็นสารสกัดกัญชาทางการแพทย์หรือเมดิคัลเกรดได้ แบบหยดใต้ลิ้นชุดแรก ขนาด 5 มิลลิลิตร 2,500 ขวด ซึ่งจะผลิต 3 สูตร คือ สูตรที่ 1 คือ THC สูงกว่า CBD สูตรที่ 2 คือ CBD สูงกว่า THC และสูตรที่ 3 คือ สัดส่วน THC และ CBD 1 ต่อ 1 โดยยึดหลักต้องปลอดภัย ทุกขวดที่สกัดออกมาต้องมีสารมีฤทธิ์ของยาที่ใกล้เคียงกันหมด และต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัยที่ร่วมกับกรมการแพทย์ 2 ประเภท ในข้างต้นต่อไป โดยต้นปี 63 อภ.จะเริ่มปลูกและผลิตสารสกัดกัญชาระดับกึ่งอุตสาหกรรมได้ ซึ่งจะทำให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น อีกประมาณ 8 เท่า หรือประมาณ 80,000 ขวดต่อปี ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างการเข้าถึงผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการวิจัยได้เพิ่มมากขึ้น