ภัย!นอนกรน เสี่ยง!หลับไม่ตื่น
การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นอันตรายอย่างที่สุดกับชีวิตด้วยเหมือนกัน หากเป็นคนนอนกรนเสียงดัง เพราะอาจเสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้โดยไม่รู้ตัว
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea, OSA) เกิดขึ้นเนื่องจากการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้ขณะหลับร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ การนอนหลับจะขาดตอน ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน
เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง
ภาวะนี้พบได้ในคนทุกวัย โดยผู้ใหญ่จะพบว่าเกิดกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง คนวัยทองและคนอ้วน และอาจพบในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต (ต่อมอดีนอยด์ เป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง อยู่ด้านหลังโพรงจมูก ทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย) มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า หรือเด็กที่อ้วน
ด้านนพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ระบุสัญญาณเตือนที่เสี่ยงอาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ซึ่งญาติสามารถสังเกตได้ ในขณะนอนหลับอาจหยุดหายใจหรืออาจหายใจแรง เสียงดังเป็นพักๆ สลับนิ่งเงียบ หายใจเฮือกเหมือนสำลักน้ำลาย
บางครั้งตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ไม่มีสมาธิทำงาน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย วิตกจริตหรือซึมเศร้า
การรักษาภาวะดังกล่าวขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็น 1.รักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ถือเป็นมาตรฐานในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
2.ใส่ทันตอุปกรณ์ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละรายซึ่งจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคเล็กน้อยถึงปานกลาง
3.ผ่าตัด ในกรณีผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ร่วมกับมีโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนต้นผิดปกติ
ทั้งนี้ การป้องกันทำได้โดยคุมอาหารและลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยงการนอนหงาย พยายามนอนตะแคง ไม่รับประทานยานอนหลับเพราะยาจะกดการหายใจ ทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นเป็นมากขึ้น
ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง และไม่ควรขับรถขณะง่วง เพราะอาจหลับในทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
หากพบว่ามีสัญญาณเตือนว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อเข้ารับการตรวจการนอนหลับวินิจฉัยและหาแนวทางรักษาต่อไป