กระแสสุขภาพ / ภัย!นกพิราบ

กทม.18 ก.ค. 2560 • 09:24 น.
กระแสสุขภาพ / ภัย!นกพิราบ
นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีบ้านเลี้ยงนกพิราบที่เป็นข่าวดังว่า นอกจากสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ยังอาจเสี่ยงต่อโรคที่จะติดต่อสู่คนได้ คือโรคสมองอักเสบจากเชื้อรา ปอดอักเสบ ท้องเสีย หรือแม้กระทั่งหมัดจากตัวนกเอง หนึ่งในเชื้อก่อโรคที่น่าห่วงกังวล คือ เชื้อราคริปโตคอคคัส นีโอฟอร์แมนส์ พบมากในมูลนกตระกูลนกพิราบและนกอื่นๆ โดยเฉพาะในสภาวะชื้นและแสงแดดส่องไม่ถึง คนทั่วไปสามารถรับเชื้อนี้ได้โดยการหายใจ การเข้าใกล้กรงนกหรือโรงเลี้ยงนกที่สกปรก มีมูลนกสะสมจำนวนมาก หรือเมื่อนกกระพือปีก ทำให้เกิดฝุ่นละอองยิ่งฟุ้งกระจาย ก็อาจมีโอกาสเสี่ยงหายใจเอาเชื้อราหรือสปอร์เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ ซึ่งผู้เลี้ยงนก-ให้อาหารนกลักษณะดังกล่าวอาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญ-มีโทษตามกฎหมายสาธารณสุขด้วย เชื้อราชนิดนี้จะมีผลที่ปอดก่อนและลามไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยผ่านทางกระแสเลือด โรคจะเกิดอย่างช้าๆ โดยปวดศีรษะเป็นพักๆ หน้ามืด วิงเวียน ปวดขมับ เบ้าตา บางครั้งถึงขั้นอาเจียน ไอมีเสมหะปนเลือด มีไข้ต่ำ น้ำหนักลด อาจมีหลอดลมอักเสบร่วมด้วย บางรายไม่แสดงอาการ แต่เชื้อจะฟักตัวหลายปี จนเมื่อร่างกายอ่อนแอจะแสดงอาการออกมา กลุ่มที่ต้องระวังพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หอบหืด หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ซึ่งจะมีอาการรุนแรงกว่าคนปกติและรักษาได้ยากกว่า หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาถูกวิธี สำหรับการป้องกันนอกจากการสวมผ้าปิดปากและจมูกเวลาทำความสะอาดอาคารเก่าหรือบริเวณที่พบนกอาศัยอยู่ ล้างมือทุกครั้งหลังทำความสะอาด ผู้ที่เลี้ยงนกต้องหมั่นทำความสะอาดกรงนกอยู่เสมอ การไล่นกออกจากที่อยู่อาศัยทำได้หลายวิธี อาทิ กั้นตาข่าย ตะแกรง หรือขึงเอ็นกีดขวางไม่ให้นกเข้ามาอาศัยในอาคารได้ ไม่แนะนำให้ใช้สารเคมี เพราะอาจฟุ้งกระจาย ทำให้คนหรือสิ่งแวดล้อมอาจได้รับอันตรายได้