กทม.เผยขยะอันตราย27ตันยังล่องหน

กทม.1 มิ.ย. 2560 • 14:01 น.
กทม.เผยขยะอันตราย27ตันยังล่องหน
เข้าสู่กระบวนการกำจัดได้แค่ 2-3 ตัน/วันเท่านั้น เล็งขยายภาคีเครือข่ายเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ เร่ง 50 เขตทำพีอาร์แจ้งวันเวลาจัดเก็บให้ประชาชนทราบชัดเจน เพื่อนำไปกำจัดให้ถูกวิธีลดอันตราย นายเกรียงพล พัฒนรัฐ รองปลัดกทม.หารือโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่กทม. โดยกล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการหาวิธีจัดการขยะอันตราย ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากซากผลิตภัณฑ์ฯ มีโลหะหนักเป็นส่วนประกอบ อาทิ ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท เป็นต้น หากไม่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีและเกิดการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม อาจส่งผล กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าขยะอันตรายส่วนใหญ่ของประเทศไทยยังไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม สำหรับในพื้นที่กทม.สามารถจัดเก็บขยะได้ทั้งหมดประมาณ 10,000 ตัน/วัน ซึ่งเมื่อคัดแยกขยะแล้วพบว่า เป็นขยะอันตรายประมาณ 2-3 ตัน/วัน อย่างไรก็ตาม คาดว่ามีขยะอันตรายที่เกิดขึ้นจริงในกทม. ถึงวันละ 30 ตัน จึงยังมีขยะอันตรายที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดเก็บอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม.ได้มอบหมายสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ให้บริการจัดเก็บขยะอันตรายในพื้นที่ โดยให้มีการนัดวันทิ้งและจัดเก็บขยะอันตรายอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ประกอบกับขยะอันตรายประเภทซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น กทม. และกรมควบคุมมลพิษ จึงบูรณาการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการจัดการของเสีย เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสูง สถานศึกษา ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการเพิ่มจุดทิ้งขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่มือถือ ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์ กระป๋องสเปรย์ เป็นต้น และรวบรวมเพื่อนำไปรีไซเคิล บำบัดหรือกำจัดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ กทม.จะมีการแจ้งวันเวลาจัดเก็บที่ชัดเจน รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงภัยของขยะอันตรายที่ทิ้งไม่ถูกวิธีแก่ประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ กทม. สามารถจัดการขยะอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป