"ศิธา" ควง "ดร.รัตติกาล" ลุยขอคะแนนพี่น้องชาวสายไหม
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.65 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่า กทม.หมายเลข 11 ดร.รัตติกาล แก้วเกิดมี ผู้สมัคร ส.ก.หมายเลข 4 พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่เขตสายไหม ลุยขอคะแนนสนับสนุนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง วันที่ 22 พฤษภาคม โดยขบวนรถแห่วนรอบพื้นที่ชุมชนเขตสายไหม พร้อมลงเดินพบป่ะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดป้าพร ตลาดชุมชนวัดเกาะสุวรรณาราม และซอยแอนเนกซ์
ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับความรักความเมตตาจากพี่น้องชาวสายไหม ไม่ต่างจากทุกๆครั้งที่ผ่านมา ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเคลื่อนผ่านพี่น้องประชาชนส่งกำลังใจผ่านการแสดงสัญลักษณ์หมายเลข 11 และหมายเลข 4 รวมถึงชูป้ายแสดงข้อความสนับสนุน มอบดอกไม้ ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตลอดเส้นทาง
น.ต.ศิธา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ตอนอายุ18 ที่ตนเรียนจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดม และได้สอบเข้าโรงเรียนนายเรืออากาศ ตนได้ย้ายทะเบียนบ้านจากเขตคลองเตย มาอยู่ที่ รร.นายเรืออากาศ ในเขตสายไหม และกินนอนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เรียนปีที่2 ถึงปีที่5 ตน ได้ใช้ชีวิต ได้พบเจอได้สัมผัส และมีมิตรภาพที่ดี จากพ่อแม่พี่น้องชาวสายไหมตลอดมา และเชื่อว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป เพื่อนสนิทมิตรสหายที่เป็นชาวกองทัพอากาศ ลูกทัพฟ้าเกินครึ่งนึงก็อยู่อาศัยอยู่ในท่าดินแดงพื้นที่เขตสายไหม
"หากมีโอกาสได้รับใช้พี่น้องชาวสายไหม ผมจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ เพื่อช่วยกันสร้างสายไหมให้เป็นบ้านแห่งความสุข ตามที่พี่น้องในพื้นที่ต้องการ และวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ เลือกผู้ว่า กทม.ผมต้องกลับมาเลือกที่สายไหม ขอโอกาสลูกหลานชาวสายไหม ได้เป็นผู้รับใช้ ลุงป้าน้าอา พ่อแม่พี่น้องทุกท่านในเขตสายไหมครับ" น.ต.ศิธา กล่าว
เช่นเดียวกับ ดร.รัตติกาล ผู้สมัคร ส.ก.หมายเลข 4 พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า อยู่สายไหมมาทั้งชีวิต และมีโอกาสรับใช้พี่น้องชาวสายไหมมากว่า 20 ปี เป็น 20 ปีที่รับใช้ด้วยความภาคภูมิใจ และตั้งใจว่าหากพี่น้องให้ความไว้วางใจสนับสนุนให้ตนเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง จะขอทุ่มเทแรงกายแรงใจ สรรพกำลังทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องชาวสายไหม จะเร่งสานงานต่อเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน ปัญหาการจราจรติดขัด ที่เห็นว่าจำเป็นต้องเพิ่มทางลัดทางเชื่อมมากขึ้น รวมถึงปัญหาขยะล้นชุมชนเนื่องจากสายไหมเป็นชุมชนขยายตัว มีลักษณะเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น ทำให้สถานพยาบาลมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นตนจะขอทำหน้าที่ในการผลักดันเรื่องดังกล่าวจนเกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้
ขณะเดียวกันเห็นว่าจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้มีคุณภาพการเรียนการสอนที่ดีขึ้น ให้เป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับพี่น้องชาวสายไหม สามารถแข่งกับโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้ สำคัญที่สุด คือปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ตนตั้งใจจะเดินหน้าเพื่อหาตลาดรองรับการผลิตสินค้าให้กับพี่น้องชาวสายไหม เพื่อให้ลุกขึ้นมาหากินได้เร็วที่สุด แข็งแรงที่สุดอีกครั้ง